Postclic พรีเมียมไม่จำกัด: ข้อเสนอโปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด

บริการยกเลิก อับดับ 1 ใน Thailand
Zwift ก่อตั้งในปี 2014 โดยมีโมเดลธุรกิจเป็นบริการสมัครสมาชิกแบบรายเดือนสำหรับการปั่นจักรยานและการวิ่งในโลกเสมือนจริง ซึ่งปัจจุบันให้บริการแก่ผู้ใช้ทั่วโลกรวมถึงผู้ใช้ในประเทศไทย (บริการและข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุไว้ใน support.zwift.com).
ตามรายงานอุตสาหกรรม Zwift ปรากฏตัวเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มฟิตเนสเสมือนจริงที่ผสมผสานคอนเทนต์แข่งขันและการฝึกซ้อม โดยมีการเชื่อมต่อกับเทรนเนอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโมเดลสมัครสมาชิกที่เรียกเก็บค่าบริการเป็นรอบเวลารายเดือนหรือรายปี (support.zwift.com).
ฟีเจอร์หลักรวมถึงโหมดการปั่นแข่งขันออนไลน์, แผนการฝึกซ้อมที่ตั้งค่าได้, และเครื่องมือวิเคราะห์การออกกำลังกาย โดย Zwift รองรับการเชื่อมต่อกับเทรนเนอร์และเซ็นเซอร์ต่างๆ ตามมาตรฐาน ANT+ และ Bluetooth ซึ่งผู้ใช้ในประเทศไทยสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ผ่านการสมัครสมาชิก (support.zwift.com).
นอกจากนี้ Zwift ไม่ได้จำกัดการให้บริการตามพื้นที่เวลาหรือประเทศอย่างเฉพาะเจาะจง แต่การชำระเงินและภาษีอาจต่างกันตามภูมิภาค ดังนั้นผู้ใช้ในประเทศไทยควรตรวจสอบวิธีชำระเงินและสกุลเงินกับบัญชีผู้ใช้ของตนก่อนสมัครสมาชิก (support.zwift.com).
ตามหลักกฎหมายสัญญา ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อกำหนดการสมัครสมาชิกในหน้าข้อตกลงการใช้บริการของ Zwift ก่อนยกเลิก โดยเฉพาะส่วนที่กล่าวถึงการยกเลิกและการคืนเงินซึ่งในเอกสารช่วยเหลือของ Zwift ระบุว่าไม่มีการรับประกันการคืนเงิน (support.zwift.com).
นอกจากนี้ ให้รวบรวมหลักฐานประกอบการยกเลิก เช่น สำเนาหน้าบัญชีผู้ใช้ (screenshot ของหน้า Account), สำเนาการเรียกเก็บเงินจากธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิต และหมายเลขสมาชิกหรืออีเมลที่ใช้สมัคร ซึ่งหลักฐานเหล่านี้จะสำคัญต่อการพิสูจน์การแจ้งยกเลิกต่อผู้ให้บริการหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หมายเลขสายด่วน 1166.
ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัญญา วิธีการยกเลิกที่มีหลักฐานชัดเจนที่สุดคือการส่งจดหมายลงทะเบียนแบบมีรับรองการส่ง (registered mail) ไปยังที่อยู่ติดต่อทางกฎหมายของผู้ให้บริการ ซึ่งช่วยสร้างหลักฐานวันที่รับเอกสารและข้อความแจ้งยกเลิกตามหลักพิสูจน์ของศาล.
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ Zwift ไม่มีที่อยู่สำหรับยกเลิกในประเทศไทยที่พบในเอกสารสาธารณะ จึงแนะนำให้ใช้จดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ปรากฏในข้อกำหนดการให้บริการหรือตามที่บริษัทระบุในหน้าติดต่อบริษัท ถ้าไม่พบที่อยู่ให้แนบสำเนาหลักฐานการส่งไปยังช่องทางสนับสนุนของ Zwift และเก็บหลักฐานการส่งไว้เป็นสำคัญ (support.zwift.com).
เมื่อยกเลิกการสมัครสมาชิก Zwift โดยทั่วไปการเข้าถึงจะคงอยู่จนสิ้นรอบการเรียกเก็บเงินที่ชำระแล้ว ตามแนวปฏิบัติของบริการสมัครสมาชิกแบบรายเดือนและตามข้อมูลว่าไม่มีการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน (support.zwift.com).
ดังนั้น หากคุณชำระค่าสมาชิกแล้วจนถึงวันที่ 31 มีนาคม การยกเลิกในวันที่ 10 มีนาคมจะทำให้คุณสามารถใช้งานได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม และไม่มีการคืนเงินสำหรับวันที่ 11-31 มีนาคม ตามนโยบายที่ระบุในเอกสารช่วยเหลือของ Zwift (support.zwift.com).
Zwift ใช้ระบบต่ออายุอัตโนมัติสำหรับการเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งหมายความว่าหากการยกเลิกไม่สำเร็จหรือไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการก่อนวันที่เรียกเก็บถัดไป ผู้ใช้จะถูกเรียกเก็บเงินตามรอบเดิม (support.zwift.com).
ดังนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักฐานการยกเลิกที่แสดงวันที่และเวลาชัดเจน หากมีการเรียกเก็บผิดพลาด ผู้ใช้สามารถอ้างหลักฐานการยกเลิกในคำร้องขอแก้ไขหรือขอคืนเงินกับ Zwift หรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค (support.zwift.com).
Zwift ระบุแนวทางการเก็บรักษาข้อมูลในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท แต่ไม่มีรายละเอียดเชิงเจาะจงสำหรับระยะเวลาเก็บข้อมูลหลังการยกเลิกในข้อมูลสาธารณะ จึงถือเป็นข้อมูลที่ยังไม่พบในเอกสารสาธารณะของบริษัท ณ ข้อมูลอ้างอิง (support.zwift.com).
ดังนั้น หากผู้ใช้ต้องการให้ลบข้อมูลหรือขอสำเนาข้อมูลการใช้งาน ควรส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรโดยจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐานและอ้างสิทธิในตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหากมีผลบังคับใช้ต่อความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้ใช้กับ Zwift (ข้อมูลนี้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมตามกฎหมายท้องถิ่น).
ตามข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือของ Zwift ระบุว่า Zwift ไม่รับประกันการคืนเงินสำหรับการยกเลิกการสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเอกสารช่วยเหลือของบริษัท (support.zwift.com).
ดังนั้นการยกเลิกในช่วงกลางรอบการชำระเงินโดยทั่วไปจะไม่ทำให้เกิดการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้ เว้นแต่มีข้อผิดพลาดในการเรียกเก็บเงินหรือข้อยกเว้นตามที่ Zwift กำหนดเป็นกรณีพิเศษ (support.zwift.com).
ในกรณีที่มีข้อผิดพลาดในการเรียกเก็บเงิน Zwift ระบุว่าสามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพื่อขอการคืนเงินหรือการแก้ไข ซึ่งจะต้องมีหลักฐานการเรียกเก็บเงินที่เป็นข้อผิดพลาดและการติดต่อที่มีการพิสูจน์ได้ (support.zwift.com).
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ควรทราบคือ Zwift ระบุเป็นนโยบายทั่วไปว่าไม่มีมาตรการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน ดังนั้นการอ้างสิทธิคืนเงินมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทและหลักฐานของผู้ใช้ (support.zwift.com).
หากการชำระเงินทำผ่าน App Store ของ Apple การร้องขอคืนเงินมักต้องทำผ่านบัญชี App Store ของผู้ใช้และนโยบายการคืนเงินของ Apple จะมีผลบังคับใช้ในส่วนนี้ ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการคืนเงินกับ Apple โดยตรง (support.zwift.com).
สำหรับการชำระเงินผ่าน Google Play การร้องขอคืนเงินต้องเป็นไปตามนโยบายของ Google Play ซึ่งแตกต่างจากนโยบายของ Zwift ดังนั้นผู้ใช้ที่ชำระผ่านช่องทางเหล่านี้ควรตรวจสอบขั้นตอนของผู้ให้บริการชำระเงินด้วยตนเอง (support.zwift.com).
| แผนการ | ราคาเป็นเงินบาท (฿) | ความถี่การเรียกเก็บ |
|---|---|---|
| ข้อมูลราคาที่แสดงบนเว็บไซต์ | ไม่พบข้อมูลราคาเป็นเงินบาทที่ยืนยันได้ | ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและช่องทางการชำระ |
| การชำระผ่าน App Store | ราคาและสกุลเงินตามบัญชี App Store ของผู้ใช้ | ขึ้นกับการตั้งค่าบัญชี Apple |
| การชำระผ่าน Google Play | ราคาและสกุลเงินตามบัญชี Google Play ของผู้ใช้ | ขึ้นกับการตั้งค่าบัญชี Google |
จากการตรวจสอบเอกสารสาธารณะ ไม่มีราคาที่ยืนยันได้สำหรับตลาดไทยในหน้าเอกสารของ Zwift ดังนั้นผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาที่บัญชีผู้ใช้ของตนหรือใน App Store/Google Play ของตนโดยตรงเพื่อดูราคาที่เป็นเงินบาท (support.zwift.com).
อย่างไรก็ตาม หลักการวิเคราะห์มูลค่าคือเปรียบเทียบระหว่างความถี่การใช้งานของผู้ใช้และจำนวนฟีเจอร์ที่ต้องการ เช่น แผนการที่รวมแผนการฝึกซ้อมและกิจกรรมการแข่งขันอาจเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ใช้ที่ใช้น้อยอาจพบว่าไม่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปี.
ในประเทศไทย กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกรอบหลักสำหรับการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการ รวมถึงการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้ประกอบการ.
นอกจากนี้ ไม่มีข้อกำหนดเฉพาะในกฎหมายไทยที่กำหนดระยะเวลาคืนตัว (cooling-off period) สำหรับสัญญาที่ทำทางไกลหรือออนไลน์ ดังนั้นการยกเลิกขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการระบุในข้อตกลงการใช้บริการ (ข้อมูลตามบล็อกท้องถิ่นและแนวปฏิบัติของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค).
ตามข้อเท็จจริงในระบบกฎหมายไทย ไม่มีสิทธิถอนตัวโดยอัตโนมัติสำหรับสัญญาที่ทำทางไกลหรือออนไลน์ และระยะเวลาแจ้งยกเลิกขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในสัญญา ดังนั้นผู้บริโภคควรอ้างหลักฐานการแจ้งยกเลิกตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ.
หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคคือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยสามารถโทรสายด่วนได้ที่หมายเลข 1166 เพื่อขอคำปรึกษาและเริ่มกระบวนการร้องเรียน ซึ่งเป็นช่องทางที่รัฐจัดให้สำหรับปัญหาการยกเลิกสัญญาและการเรียกเก็บเงินที่ไม่ถูกต้อง.
หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการยกเลิกหรือการคืนเงิน ผู้บริโภคสามารถยื่นคำร้องต่อ สคบ. เพื่อขอไกล่เกลี่ยหรือดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งกระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับเอกสารหลักฐาน เช่น หลักฐานการชำระเงินและหลักฐานการแจ้งยกเลิกที่มีวันที่ชัดเจน.
ตามหลักกฎหมายสัญญา ผู้บริโภคมีหน้าที่แสดงหลักฐานการปฏิบัติตามข้อตกลง เช่น การส่งจดหมายแจ้งยกเลิก จึงแนะนำให้ใช้จดหมายลงทะเบียนเพื่อสร้างหลักฐานตามแนวทางปฏิบัติที่รับการยอมรับในกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานรัฐและศาล.
จากตัวอย่างรีวิวจำนวนอย่างน้อย 4 รายการที่เป็นข้อมูลสาธารณะ แนวโน้มทั่วไปเป็นไปในทางลบเกี่ยวกับกระบวนการยกเลิกและการคืนเงินของ Zwift โดยพบคำร้องเรียนเกี่ยวกับความยากลำบากในการยกเลิกและการเรียกเก็บเงินซ้ำ (ตัวอย่างและแหล่งที่มาข้างต้น).
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองเชิงบริการ Zwift มีจุดแข็งด้านการนำเสนอประสบการณ์ฝึกซ้อมเสมือนจริงและความครบของฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ที่ใช้งานเป็นประจำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งยังคงสมัครสมาชิกต่อเนื่อง แม้จะมีปัญหาเชิงกระบวนการยกเลิกเป็นบางกรณี.
ก่อนการส่งคำขอยกเลิกด้วยจดหมายลงทะเบียน ควรเตรียมสำเนาหน้าบัญชีผู้ใช้ Zwift ที่แสดงอีเมลและหมายเลขสมาชิก, สำเนาใบแจ้งยอดการเรียกเก็บเงินจากธนาคาร, และสำเนาหน้าแสดงสภาพการสมัครสมาชิกในระบบ (screenshot ของหน้า Account) เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคำร้อง.
หลักฐานเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นตามหลักกรรมสิทธิ์ของการพิสูจน์ในคดีแพ่งและการร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เช่น สคบ. ซึ่งจะต้องการเอกสารที่มีวันที่และรายละเอียดการเรียกเก็บเงินอย่างชัดเจน.
หากต้องการร้องขอคืนเงิน ควรแนบสำเนาใบแจ้งยอดการเรียกเก็บเงินที่แสดงรายการเรียกเก็บที่ผิดพลาด, สำเนาจดหมายลงทะเบียนที่ส่งแจ้งยกเลิก, และคำอธิบายสาเหตุการขอคืนเงิน ซึ่งทั้งหมดควรมีวันที่ชัดเจนเพื่อให้ฝ่ายตรวจสอบของ Zwift หรือหน่วยงานกลางสามารถพิจารณาได้.
นอกจากนี้ ควรเก็บหลักฐานการส่งจดหมายลงทะเบียน เช่น ใบเสร็จของไปรษณีย์ที่ระบุหมายเลขติดตามและวัน-เวลา เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าการแจ้งยกเลิกถูกส่งภายในระยะเวลาที่เหมาะสมตามสัญญาหรือกฎหมาย.
ตัวอย่างปัญหา: ผู้ใช้ส่งคำขอยกเลิกเพียงแชทหรืออีเมลโดยไม่ได้เก็บสำเนาการสนทนาและไม่มีหลักฐานวันที่ ซึ่งทำให้ยากต่อการพิสูจน์การแจ้งยกเลิกหากเกิดการเรียกเก็บผิดพลาดต่อมา.
แนวทางแก้ไข: ส่งคำขอยกเลิกด้วยจดหมายลงทะเบียนเป็นหลักฐานหลัก และเก็บสำเนาทุกรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จไปรษณีย์และสำเนาหน้าบัญชีที่แสดงสถานะการสมัคร เพื่อให้สามารถใช้ในการร้องเรียนกับ สคบ. หรือศาลได้.
ตัวอย่างปัญหา: ผู้ใช้แจ้งยกเลิกหลังจากวันที่ตัดรอบการเรียกเก็บเงินแล้ว จึงถูกเรียกเก็บเงินในรอบถัดไปตามระบบต่ออายุอัตโนมัติของบริการ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อย.
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบวันที่รอบการเรียกเก็บเงินในหน้าบัญชีและส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งยกเลิกล่วงหน้าตามวันที่ระบุ หากไม่พบวันที่ชัดเจน ให้ส่งจดหมายลงทะเบียนทันทีและเก็บสำเนาเพื่ออ้างอิงว่าคุณได้แจ้งยกเลิกก่อนการเรียกเก็บในรอบถัดไป.
ตัวอย่างปัญหา: ผู้ใช้ยกเลิกและคาดหวังการคืนเงินสำหรับวันที่ไม่ได้ใช้ แต่ Zwift ระบุในแนวนโยบายว่าโดยทั่วไปไม่มีการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งมักทำให้เกิดความขัดแย้ง.
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบเอกสารนโยบายคืนเงินและเก็บสำเนาหน้าข้อตกลงการใช้บริการก่อนสมัคร หากต้องการเรียกร้องให้มีการคืนเงิน ให้ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานการเรียกเก็บที่ผิดพลาดและรายละเอียดการยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนเพื่อนำเสนอเป็นหลักฐานต่อฝ่ายสนับสนุนหรือ สคบ.
ตัวอย่างปัญหา: ผู้ใช้ส่งคำขอยกเลิกแต่ไม่ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรหรือหมายเลขการยกเลิก ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะการสมัครสมาชิก.
แนวทางแก้ไข: เมื่อส่งจดหมายลงทะเบียนให้ระบุคำขอให้ผู้ให้บริการส่งการยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรภายในระยะเวลา เช่น 14 วัน และหากไม่ได้รับการตอบกลับ ให้ใช้หลักฐานการส่งจดหมายและยื่นเรื่องต่อ สคบ. เพื่อขอไกล่เกลี่ยหรือการดำเนินการทางกฎหมาย.
| วิธีการ | ระยะเวลาที่ต้องแจ้ง | ค่าธรรมเนียม | ความยาก |
|---|---|---|---|
| Web/account | ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ | ง่าย - ยกเลิกผ่านหน้าบัญชีแต่หลักฐานน้อย |
| App Store (iOS) | ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ | ปานกลาง - ต้องจัดการผ่านบัญชี Apple |
| Google Play (Android) | ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ | ปานกลาง - ต้องจัดการผ่านบัญชี Google |
| จดหมายลงทะเบียน (แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ) | 5-10 วันทำการก่อนการเรียกเก็บถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ | สูงแต่เป็นหลักฐานดีที่สุด - ใช้หมายเลขติดตาม |
ตามการวิเคราะห์ ด้านหลักฐานจดหมายลงทะเบียนมีความชัดเจนที่สุดสำหรับการพิสูจน์การแจ้งยกเลิกและระบุตัวตนของผู้แจ้ง โดยควรส่งล่วงหน้า 5-10 วันทำการเพื่อให้มีเวลาประมวลผลและรับยืนยันตอบกลับจากผู้ให้บริการ.
อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้เลือกยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play ให้บันทึกหลักฐานการยกเลิกที่ระบบของผู้ให้บริการชำระเงินนั้น ๆ และใช้สำเนาในคำร้องหากเกิดการเรียกเก็บผิดพลาดต่อมา.
หลังส่งจดหมายลงทะเบียน ควรตรวจสอบสถานะการรับของไปรษณีย์และเก็บใบเสร็จที่มีหมายเลขติดตามเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อมูลนี้ใช้พิสูจน์ว่าคุณได้ส่งคำขอยกเลิกในวันที่ระบุไว้ โดยทั่วไปให้รอ 14 วันเพื่อรับการตอบกลับจากผู้ให้บริการก่อนดำเนินการต่อ.
หากได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เก็บสำเนาการยืนยันนั้นไว้ โดยเฉพาะหมายเลขยืนยันการยกเลิก หรืออีเมลที่ผู้ให้บริการส่งตอบกลับเป็นหลักฐานการสิ้นสุดความสัมพันธ์ในสัญญา.
ตรวจสอบใบแจ้งยอดธนาคารหรือบัตรเครดิตภายใน 30 วันหลังการยกเลิกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บซ้ำ หากพบการเรียกเก็บผิดพลาดให้ยื่นคำร้องขอคืนเงินต่อธนาคารพร้อมหลักฐานการยกเลิกและใบเสร็จการส่งจดหมายลงทะเบียนเป็นหลักฐานการอ้างสิทธิ์.
หากธนาคารไม่ช่วยเหลือหรือมีข้อพิพาท ให้ยื่นเรื่องต่อ สคบ. พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เช่น ใบเสร็จไปรษณีย์, ใบแจ้งยอดธนาคาร, และสำเนาหน้าบัญชี Zwift ที่แสดงการสมัครเพื่อเริ่มการไกล่เกลี่ย.
แหล่งข้อมูลทางการของ Zwift และเอกสารช่วยเหลืออย่างเป็นทางการสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์หลักของ Zwift ดังตัวอย่างต่อไปนี้:
จากการตรวจสอบเอกสารสาธารณะ ไม่มีที่อยู่สำหรับยกเลิกในประเทศไทยหรือที่อยู่สำหรับการส่งคำขอยกเลิกที่ปรากฏชัดเจนบนเว็บไซต์สาธารณะของ Zwift ณ ข้อมูลที่เข้าถึงได้ (support.zwift.com).
ดังนั้นผู้ใช้ควรใช้แนวทางดังนี้เพื่อปฏิบัติตามหลักการพิสูจน์ทางกฎหมาย - ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ปรากฏในข้อกำหนดการให้บริการของ Zwift หรือไปยังสำนักงานใหญ่ที่ปรากฏในเอกสารบริษัท และเก็บหลักฐานการส่งไว้เสมอ.
หากพบที่อยู่สำหรับส่งคำขอยกเลิก ควรเขียนดังตัวอย่างรูปแบบด้านล่างเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย:
เมื่อส่งหนังสือ ให้แนบสำเนาหน้าบัญชีและขอการยืนยันการรับหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 14 วัน หากไม่ได้รับการยืนยัน ให้ใช้สำเนาหลักฐานการส่งในการยื่นร้องเรียนต่อ สคบ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.
Already sent a letter? Enter its tracking number to see its proof of dispatch and certified timestamp.
เขียนโดย Naruemol Chanthavong
บรรณาธิการ Postclic · ประสบการณ์ 6 ปี
บรรณาธิการที่ Postclic มา 6 ปี แปลขั้นตอนจดหมายลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย