Postclic พรีเมียมไม่จำกัด: ข้อเสนอโปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด

บริการยกเลิก อับดับ 1 ใน Thailand
Linkedin เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพก่อตั้งในปี 2002 และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่ที่มีการซื้อกิจการในอดีต โดยรูปแบบธุรกิจหลักคือการให้บริการบัญชีผู้ใช้ฟรีควบคู่กับสมาชิกแบบพรีเมียมซึ่งคิดค่าบริการเป็นรอบเดือนหรือรอบปี โดยข้อมูลราคาในปี 2026 แสดงแผนแบบรายเดือนตั้งแต่ประมาณ ฿1,200 ต่อเดือนจนถึง ฿1,800 ต่อเดือนสำหรับแผนธุรกิจ
ในเชิงตลาด Linkedin จัดอยู่ในประเภทโซเชียลมีเดียสำหรับมืออาชีพและตลาดแนวตั้ง (niche social network) ที่แข่งขันกับแอปหางานและบริการวิเคราะห์ข้อมูลบุคลากร โดยมีผู้ใช้ทั่วโลกเป็นล้านรายและผู้ใช้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015 ตามแนวโน้มการใช้งานเพื่อการหางานและสร้างเครือข่าย
ฟีเจอร์หลักของ Linkedin ประกอบด้วยการสร้างโปรไฟล์มืออาชีพ การค้นหาและสมัครงาน การส่งข้อความ InMail สำหรับสมาชิกแบบพรีเมียม และการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตำแหน่งงานและผู้สมัคร โดยแผนที่พบในข้อมูลปี 2026 ได้แก่ แผนสำหรับผู้หางานและแผนสำหรับธุรกิจในรูปแบบรายเดือนและรายปี
บริการของ Linkedin สามารถใช้งานได้ในประเทศไทยผ่านเว็บไซต์และแอปมือถืออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไม่มีสำนักงานยกเลิกในประเทศไทยตามข้อมูลการค้นหา แต่ผู้ใช้ชาวไทยยังสามารถเข้าถึงบริการและชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือช่องทางชำระเงินนานาชาติซึ่งมีผลต่อการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนและรายปี
ก่อนยกเลิก ควรตรวจสอบค่าบริการปัจจุบันตามใบแจ้งหนี้ซึ่งอาจเป็น ฿1,200 ต่อเดือน หรือ ฿12,000 ต่อปีสำหรับแผนสำหรับผู้หางานตามข้อมูลปี 2026 เพื่อประเมินผลกระทบทางการเงินจากการยกเลิกและการสูญเสียสิทธิ์ฟีเจอร์พรีเมียมในอนาคต
จากมุมมองการเงิน หากจ่ายเป็นรายปีที่ ฿12,000 การยกเลิกกลางรอบปีอาจไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนตามข้อกำหนดในข้อกำหนดการสมัครสมาชิกของ Linkedin ดังนั้นการประเมินความคุ้มค่าตามการใช้งานตัวชี้วัดเช่นจำนวน InMail ที่ใช้และการตอบรับจากงานจะช่วยตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
แม้ว่า Linkedin จะเสนอช่องทางยกเลิกผ่านระบบออนไลน์ แต่ในเชิงการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและการพิสูจน์การยกเลิก คำแนะนำของผู้ให้คำปรึกษาทางการเงินคือให้ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเท่านั้น โดยเลือกส่งแบบลงทะเบียนมีหลักฐานรับรองการส่งและหมายเลขติดตาม
เนื้อหาจดหมายควรระบุชื่อบัญชีอีเมลที่ใช้สมัคร วันที่สมัครข้อมูลแผน เช่น แผนสำหรับผู้หางาน รายเดือน ฿1,200 หรือ รายปี ฿12,000 และคำขอยกเลิกพร้อมขอหลักฐานยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยการส่งแบบลงทะเบียนปกติในประเทศไทยใช้เวลาจัดส่งภายใน 5-10 วันทำการตามมาตรฐานไปรษณีย์
เขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ระบุในข้อกำหนดของ Linkedin หากคุณไม่มีที่อยู่ติดต่อในประเทศไทย ให้ระบุว่าไม่มีสำนักงานท้องถิ่นและขอให้ตอบกลับเป็นหลักฐานการยกเลิก โดยการส่งแบบลงทะเบียนควรบันทึกหมายเลขติดตามเพื่อตรวจสอบเวลาการรับ
การส่งแบบลงทะเบียนมีต้นทุนไปรษณีย์ แต่ในทางการเงินต้นทุนนี้มักต่ำกว่าโอกาสสูญเสียเงินจากการเรียกเก็บที่ไม่พึงประสงค์ การมีหลักฐานลงทะเบียนช่วยเพิ่มความแข็งแรงเมื่อเรียกร้องการคืนเงินหรือร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
เมื่อยกเลิกสมาชิกพรีเมียม โดยข้อกำหนดของบริการ ระยะเวลาการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมมักสิ้นสุดเมื่อรอบบิลปัจจุบันหมดลง หากชำระเป็นรายเดือนและยกเลิกก่อนการเรียกเก็บครั้งถัดไป คุณอาจยังเข้าถึงฟีเจอร์จนถึงวันที่สิ้นสุดรอบการชำระเงิน ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงอาจคงอยู่จนถึงสิ้นเดือนนั้นตามรอบที่จ่าย (ข้อมูลการเรียกเก็บเป็นรายเดือนหรือตามใบแจ้งหนี้)
จากมุมมองทางการเงิน การยกเลิกทันทีไม่ได้หมายความว่าจะได้รับคืนค่าส่วนที่เหลือเนื่องจากข้อกำหนดการสมัครสมาชิกระบุว่าการยกเลิกก่อนสิ้นสุดรอบที่ชำระเงินแล้วจะไม่ได้รับเงินคืนสำหรับระยะเวลาที่เหลือซึ่งหมายความว่าต้นทุนที่จ่ายแล้วอาจสูญเปล่า
โปรไฟล์ผู้ใช้บน Linkedin มักยังคงอยู่ในระบบหลังการยกเลิกบัญชีพรีเมียม ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลโปรไฟล์, ประวัติการทำงานและการเชื่อมต่อจะยังคงอยู่หากคุณไม่ได้ปิดบัญชีอย่างถาวร ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกเก็บไว้ตามนโยบายข้อมูลของบริษัทเป็นระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
หากต้องการให้แน่ชัดเกี่ยวกับนโยบายการเก็บข้อมูล ควรอ้างถึงข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวของ Linkedin หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำชี้แจง โดยทั่วไปการเก็บรักษาข้อมูลมีผลต่อความสามารถในการกลับมาใช้บริการโดยไม่ต้องสร้างโปรไฟล์ใหม่
ข้อกำหนดการสมัครสมาชิกของ Linkedin ระบุว่าโดยทั่วไป Linkedin ไม่รับประกันการคืนเงินสำหรับการยกเลิกการสมัครสมาชิก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากหน้าเงื่อนไขการสมัครสมาชิกของ Linkedin ที่ระบุการไม่รับประกันการคืนเงิน (www.linkedin.com/legal/subscription-terms)
จากมุมมองการเงิน นโยบายนี้หมายความว่าผู้จ่ายเงินควรประเมินความคุ้มค่าและระยะเวลาการใช้งานก่อนจะเลือกชำระเป็นรอบปีที่ราคา เช่น ฿12,000 ต่อปี เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียค่าใช้จ่ายเมื่อยกเลิกกลางรอบ
ตามข้อมูลที่ตรวจสอบ หากยกเลิกก่อนหมดระยะเวลาที่ชำระไว้แล้ว ผู้ใช้จะไม่ได้รับเงินคืนสำหรับระยะเวลาที่เหลือ นี่เป็นข้อยกเว้นหลักในการขอคืนเงินตามข้อกำหนดของ Linkedin ซึ่งทำให้การตัดสินใจชำระเงินล่วงหน้ามีความเสี่ยงทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม หากเกิดความผิดพลาดในการเรียกเก็บเงิน บริษัทระบุว่าผู้ใช้สามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าเพื่อพิจารณาการคืนเงินในกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการเรียกเก็บ ซึ่งหมายความว่ามีช่องทางยื่นข้อพิพาทสำหรับเรียกร้องคืนเงินกรณีข้อผิดพลาด
ข้อกำหนดไม่มีการระบุระยะเวลาการดำเนินการคืนเงินชัดเจนในทุกกรณี แต่ตามมาตรฐานการดำเนินงานทางการเงิน การพิจารณาคำร้องคืนเงินสำหรับข้อผิดพลาดในการเรียกเก็บมักใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึง 30 วันทำการขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินและธนาคารผู้ออกบัตร
ข้อยกเว้นที่สำคัญคือกรณีที่มีการยกเลิกเนื่องจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือการฉ้อโกง ทางบริษัทอาจมีการพิจารณาตามกรณีและระยะเวลาในการคืนเงินจะแตกต่างกันตามการสอบสวน
| ชื่อแผน | ราคา (฿) | รอบการเรียกเก็บ | คุณสมบัติหลัก |
|---|---|---|---|
| พรีเมียม สำหรับผู้หางาน | ฿1,200.00 | รายเดือน | การเข้าถึงข้อมูลงาน ข้อความ InMail และการวิเคราะห์เพิ่มเติม |
| พรีเมียม สำหรับผู้หางาน | ฿12,000.00 | รายปี | การเข้าถึงข้อมูลงาน ข้อความ InMail และการวิเคราะห์เพิ่มเติม |
| พรีเมียม สำหรับธุรกิจ | ฿1,800.00 | รายเดือน | รวมฟีเจอร์พรีเมียมสำหรับผู้หางาน บวกข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจเพิ่มเติม |
| พรีเมียม สำหรับธุรกิจ | ฿18,000.00 | รายปี | รวมฟีเจอร์พรีเมียมสำหรับผู้หางาน บวกข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจเพิ่มเติม |
จากมุมมองความคุ้มค่า แผนรายปีสำหรับผู้หางานคิดเท่ากับเฉลี่ย ฿1,000 ต่อเดือนเมื่อคำนวณจากราคา ฿12,000 ต่อปี ซึ่งถูกกว่าแผนรายเดือนที่ ฿1,200 ต่อเดือนประมาณ 16.7% ดังนั้นผู้ที่ใช้งานต่อเนื่อง 12 เดือนควรพิจารณารายปีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
สำหรับแผนธุรกิจ รายปีที่ ฿18,000 เท่ากับเฉลี่ย ฿1,500 ต่อเดือน เมื่อเทียบกับแผนรายเดือนที่ ฿1,800 พบว่าประหยัดประมาณ 16.7% เช่นกัน จากมุมมองการเงิน หากองค์กรคาดว่าจะใช้ฟีเจอร์เชิงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การเลือกแผนรายปีให้ผลตอบแทนทางการเงินดีกว่า
ราคาที่นำเสนอเป็นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลของ Linkedin ณ เดือนมีนาคม 2026 และอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นหรือการปรับราคาในภูมิภาค ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาในช่วงเวลาที่สมัครเพื่อประเมินผลกระทบทางการเงิน
เมื่อพิจารณาทางเลือก ควรเปรียบเทียบฟีเจอร์ที่ใช้จริง เช่น จำนวน InMail ที่ต้องใช้และการนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้งานเพื่อตัดสินใจว่าการลงทุนในแผนพรีเมียมให้ผลตอบแทนทางการเงินเพียงพอหรือไม่
สิทธิของผู้บริโภคในประเทศไทยเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาถูกควบคุมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดหลักการว่าผู้บริโภคมีสิทธิยกเลิกสัญญาในกรณีที่ข้อกำหนดไม่เป็นธรรมหรือธุรกิจกระทำการหลอกลวง โดยผู้บริโภคสามารถยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้
จากมุมมองการเงิน หากข้อกำหนดของ Linkedin ถูกพิจารณาว่าไม่ชัดเจนหรือไม่ยุติธรรม ผู้บริโภคมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายดังกล่าวและอาจได้รับการคืนเงินหรือการชดเชยตามการพิจารณาของหน่วยงาน
ตามข้อมูลกฎหมายไทย ผู้บริโภคสามารถยกเลิกสัญญาได้ตลอดเวลาหากข้อกำหนดไม่เป็นธรรม หรือธุรกิจไม่ปฏิบัติตามสัญญา อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติไม่ได้กำหนดระยะเวลาการยกเลิกแบบ "cooling-off" ทั่วไปสำหรับบริการสมัครสมาชิกดิจิทัลดังนั้นการพิจารณาจะขึ้นกับเงื่อนไขสัญญา
ในกรณีการเรียกเก็บที่ไม่ถูกต้อง ผู้บริโภคควรรวบรวมหลักฐาน เช่น ใบแจ้งหนี้และหลักฐานการชำระ จากนั้นยื่นคำร้องต่อผู้ให้บริการและหากไม่ได้รับการแก้ไข สามารถยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนหลักคือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (OCPB) โดยข้อมูลติดต่อสำคัญคือสายด่วน 1166, เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และอีเมลของหน่วยงาน ซึ่งผู้บริโภคสามารถใช้เป็นช่องทางระงับข้อพิพาทได้
การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ OCPB เป็นมาตรการสุดท้ายที่แนะนำเมื่อผู้ให้บริการไม่ตอบสนองหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยผู้ร้องควรเตรียมหลักฐานการส่งจดหมายลงทะเบียนและหมายเลขติดตามเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของคำร้อง
จากข้อมูลรีวิวรวม มีแนวโน้มที่ผสมกันโดยสรุปเป็น 2 ความเห็นเชิงบวกและ 3 ความเห็นเชิงลบ ซึ่งบ่งชี้ว่าประสบการณ์การยกเลิกมีความไม่แน่นอนและขึ้นกับกรณีเฉพาะ เช่น การคืนเงินหรือความยากในการติดต่อฝ่ายสนับสนุน
จากมุมมองการเงิน ข้อร้องเรียนที่พบบ่อยที่สุดคือการถูกเรียกเก็บเงินหลังการยกเลิกและการตอบสนองของฝ่ายบริการลูกค้าที่ช้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคควรระมัดระวังและเตรียมหลักฐานการยกเลิกเช่นหมายเลขการส่งจดหมายลงทะเบียน
ก่อนส่งจดหมายลงทะเบียน ควรเตรียมสำเนาใบแจ้งหนี้ล่าสุด รูปภาพของหน้าบัญชีที่แสดงชื่อและอีเมลที่ลงทะเบียน และหลักฐานการชำระเงิน เช่น ใบเสร็จธนาคาร เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญในการเรียกร้องคืนเงินหรือการยืนยันการเรียกเก็บ
หากคุณชำระผ่านบัตรเครดิต ให้เตรียมสำเนาคำสั่งชำระจากธนาคารที่แสดงรายการเรียกเก็บเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคำร้องกับผู้ให้บริการหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
เอกสารชุดนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียกร้องคืนเงินหรือชดเชยตามสิทธิของผู้บริโภค และลดความเสี่ยงในการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปโดยไม่มีหลักฐานในกรณีเกิดข้อพิพาท
ตัวอย่างสถานการณ์: ผู้ใช้โทรแจ้งทางฝ่ายบริการหรือกดยกเลิกผ่านหน้าเว็บโดยไม่มีหลักฐานและต่อมาพบการเรียกเก็บซ้ำ ซึ่งเป็นกรณีรีวิวเชิงลบที่พบว่าหลังยกเลิกยังถูกเก็บเงินจากบัตรเครดิต
แนวทางแก้ไข: ส่งคำขอยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนและเก็บหมายเลขติดตามไปรษณีย์เป็นหลักฐาน เนื่องจากข้อกำหนดการคืนเงินของ Linkedin ไม่รับประกันการคืนเงิน หากไม่มีหลักฐานการยกเลิกคุณจะเสียเปรียบทางการเงิน
ตัวอย่างสถานการณ์: ผู้ใช้คิดว่าจะยกเลิกแล้วแต่ส่งคำขอยกเลิกช้าเข้าวันก่อนการเรียกเก็บ ทำให้ต้องจ่ายค่าบริการสำหรับรอบถัดไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งมีผลกระทบทางการเงินโดยตรงกับงบประมาณของบุคคล
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบรอบการเรียกเก็บในใบแจ้งหนี้และส่งจดหมายลงทะเบียนอย่างน้อย 5-10 วันทำการก่อนวันที่คาดว่าจะเรียกเก็บเพื่อเพิ่มโอกาสให้คำขอยกเลิกถูกดำเนินการก่อนการเรียกเก็บ
ตัวอย่างสถานการณ์: ผู้ใช้ยกเลิกกลางรอบปีที่ชำระล่วงหน้า ฿12,000 แล้วคาดหวังคืนเงินตามสัดส่วน แต่ข้อกำหนดของ Linkedin ระบุว่าไม่มีการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่เหลือ จึงเกิดความเสียหายทางการเงินและความไม่พึงพอใจ
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบข้อกำหนดการสมัครสมาชิกก่อนชำระเงินล่วงหน้าและคำนวณจุดคุ้มทุน หากคุณไม่แน่ใจ เลือกชำระเป็นรายเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการไม่คืนเงิน
ตัวอย่างสถานการณ์: ผู้ใช้ส่งคำขอยกเลิกแต่ไม่ได้ขอใบยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการเรียกเก็บซ้ำจึงไม่มีหลักฐานยืนยันการยกเลิกเพื่อใช้เรียกร้องคืนเงิน
แนวทางแก้ไข: ระบุในจดหมายลงทะเบียนขอให้บริษัทส่งใบยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บสำเนาไว้ หากไม่ได้รับการตอบกลับ ให้นำหลักฐานนี้ไปยื่นต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
| วิธีการ | ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า | ค่าธรรมเนียม | ความยาก |
|---|---|---|---|
| Web/account | ก่อนการเรียกเก็บครั้งถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมในข้อกำหนดการให้บริการ | ง่าย - ดำเนินการผ่านบัญชีผู้ใช้ |
| App Store (iOS) | ก่อนการเรียกเก็บครั้งถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมในข้อกำหนดการให้บริการ | ปานกลาง - ดำเนินการผ่าน App Store |
| Google Play (Android) | ก่อนการเรียกเก็บครั้งถัดไป | ไม่พบค่าธรรมเนียมในข้อกำหนดการให้บริการ | ปานกลาง - ดำเนินการผ่าน Google Play |
| จดหมายลงทะเบียน | 5-10 วันทำการ | ไม่พบค่าธรรมเนียมในข้อกำหนดการให้บริการ | สูงกว่าแต่เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด - ส่งแบบลงทะเบียนพร้อมหมายเลขติดตาม |
จากตารางด้านบน แม้ว่าวิธีออนไลน์จะสะดวกและง่าย แต่ในเชิงการเงินและการพิสูจน์หลักฐาน การส่งจดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีที่มีความแข็งแรงที่สุดเนื่องจากมีหมายเลขติดตามและหลักฐานการส่ง ซึ่งสำคัญเมื่อต้องเรียกร้องคืนเงินหรือยืนยันการยกเลิก
คำแนะนำเชิงการเงินคือหากคุณต้องการลดความเสี่ยงทางการเงินและต้องการหลักฐานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ให้เลือกส่งจดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีหลักและเก็บสำเนาเอกสารทั้งหมด
เมื่อคุณได้รับการยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ควรบันทึกวันที่การยืนยันและตรวจสอบว่าการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมสิ้นสุดเมื่อใด ตัวอย่างเช่น หากได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ให้ตรวจดูใบแจ้งหนี้ว่ารอบการชำระสิ้นสุดเมื่อวันที่ใดเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
จากมุมมองการเงิน ควรเปรียบเทียบวันที่ยืนยันกับรายการเรียกเก็บในบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตภายใน 30 วันหลังยกเลิกเพื่อยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บซ้ำ
ตรวจสอบสเตทเมนท์ของธนาคารหรือบัตรเครดิตอย่างละเอียดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 60 วันหลังการยกเลิกเพื่อหาการเรียกเก็บที่ไม่พึงประสงค์ หากพบรายการที่ผิดปกติ ให้ใช้สำเนาจดหมายลงทะเบียนและจดหมายยืนยันการยกเลิกเป็นหลักฐานเมื่อยื่นขอคืนเงินกับธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากธนาคารไม่สามารถช่วยได้ ให้พิจารณายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเตรียมหลักฐานสำคัญ ได้แก่ สำเนาจดหมายลงทะเบียน หมายเลขติดตาม ใบแจ้งหนี้ และสเตทเมนท์ทางการเงิน
แหล่งข้อมูลสำหรับการตรวจสอบเพิ่มเติม:
จากการตรวจสอบข้อมูลสาธารณะไม่มีที่อยู่สำนักงานเฉพาะสำหรับการยกเลิกบริการของ Linkedin ในประเทศไทย โดยข้อมูลเชิงพาณิชย์ระบุว่า Linkedin ไม่มีสำนักงานยกเลิกภายในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไทยจะต้องติดต่อหรือส่งจดหมายไปยังที่อยู่ที่บริษัทระบุในข้อกำหนดของบริษัท
เนื่องจากไม่มีที่อยู่ท้องถิ่นที่ยืนยันได้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบข้อกำหนดการให้บริการหรือหน้า "ติดต่อเรา" ของ Linkedin เพื่อขอที่อยู่ทางกฎหมายสำหรับการส่งเอกสารทางไปรษณีย์ และเมื่อได้ที่อยู่แล้วให้ส่งเป็นจดหมายลงทะเบียนพร้อมขอหลักฐานการรับ
เมื่อได้ที่อยู่จากข้อกำหนดหรือเอกสารประกอบ ให้บันทึกที่อยู่เป็นเอกสารและแนบสำเนาจดหมายลงทะเบียนพร้อมหมายเลขติดตาม ในการร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ให้แนบสำเนาแผนที่เวลาจัดส่งและหลักฐานการรับเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำร้อง
หากคุณไม่สามารถหาที่อยู่ที่แน่นอนได้ โปรดระบุในจดหมายว่าคุณไม่พบที่อยู่ท้องถิ่นและขอให้บริษัทตอบกลับด้วยที่อยู่ที่ยอมรับการรับเอกสารการยกเลิกในเชิงกฎหมาย โดยเก็บหลักฐานการส่งไว้อย่างน้อย 12 เดือน
Already sent a letter? Enter its tracking number to see its proof of dispatch and certified timestamp.
เขียนโดย Chalida Yingyong
ติดตามกฎระเบียบ · ประสบการณ์ 5 ปี
ทนายผู้ติดตามกฎระเบียบ (eIDAS 2, GDPR, กฎหมายไปรษณีย์) — 5 ปีติดตามบรรทัดฐานเพื่อให้เทมเพลตของเราใช้ในศาลได้