Postclic พรีเมียมไม่จำกัด: ข้อเสนอโปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด

บริการยกเลิก อับดับ 1 ใน Thailand
Easy Pass เป็นบริการระบบชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติที่ให้สิทธิ์ใช้งานช่องทางพิเศษบนทางด่วนและสะพานในประเทศไทย โดยข้อมูลการให้บริการระบุว่าแผนรายเดือนมีราคา 300 บาทและแผนรายปี 3,600 บาทตามข้อมูลราคา ณ มีนาคม 2026 (easypass.co.th) ซึ่งแสดงตำแหน่งว่าเป็นผู้ให้บริการแบบสมัครสมาชิกที่แข่งขันในตลาดการชำระค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย.
บริการนี้เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ผ่านการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ OBU และบัตรสมาร์ทการ์ดเพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายทางด่วน โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้ทางด่วนเป็นประจำ ซึ่งช่วยลดเวลารอผ่านด่านและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง (easypass.co.th).
คุณสมบัติหลักของ Easy Pass รวมการอ่านค่า OBU หรือสมาร์ทการ์ดที่ติดตั้งในรถเพื่อหักยอดค่าผ่านทางแบบเรียลไทม์และการสมัครสมาชิกแบบชำระต่อรอบบิล โดยแผนบริการมีการกำหนดเป็นรายเดือนและรายปีที่ระบุไว้ในแผนราคาอย่างชัดเจน (easypass.co.th).
รูปแบบธุรกิจคือการเรียกเก็บค่าสมาชิกแบบสมัครต่อเนื่องและการจัดจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อใช้งาน เช่น OBU และสมาร์ทการ์ด รวมทั้งบริการคืนเงินเมื่อมียอดคงเหลือภายใต้เงื่อนไขของบริษัทตามข้อกำหนดในข้อเสนอและเงื่อนไขการให้บริการ (easypass.co.th).
ก่อนยกเลิกควรตรวจสอบสถานะการชำระและรอบบิลปัจจุบันโดยดูยอดในบัญชีผู้ใช้หรือสมุดบัญชีธนาคารเพื่อเช็ควันที่ถัดไปของการเรียกเก็บเงิน และจดวันที่ใบเสร็จล่าสุดไว้เพื่ออ้างอิงเมื่อยื่นคำขอคืนยอดคงเหลือ (easypass.co.th).
ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ต้องคืน ได้แก่ หน่วย OBU และสมาร์ทการ์ด และเตรียมสำเนาบัญชีธนาคารสำหรับการคืนเงินหากมียอดคงเหลือ โดยข้อมูลระบุว่าเมื่อคืนอุปกรณ์ไม่ครบ อาจต้องชำระค่าทดแทน OBU 300 บาทและสมาร์ทการ์ด 30 บาทตามนโยบายของบริการ (บริการลูกค้า Easy Pass / One Stop Service Center).
ผู้ใช้ที่สมัครผ่าน App Store สามารถยกเลิกการสมัครได้จากหน้าแอปสโตร์ของอุปกรณ์ iOS โดยเปิด App Store แล้วแตะไอคอนโปรไฟล์มุมขวาบน จากนั้นเลือกเมนู "Subscriptions" แล้วแตะรายการ "Easy Pass" และเลือก "Cancel Subscription" เพื่อยกเลิกตามคำแนะนำของ Apple (support.apple.com).
ข้อสังเกตคือการยกเลิกผ่าน App Store มีผลต่อการต่ออายุการชำระผ่านระบบของ Apple เท่านั้นและอาจไม่ครอบคลุมการคืนอุปกรณ์ OBU หรือสมาร์ทการ์ด ซึ่งต้องดำเนินการแยกต่างหากที่จุดคืนอุปกรณ์หรือผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตามคำแนะนำของ Easy Pass (support.apple.com) ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ใช้วิธีการทางไปรษณีย์เป็นหลักเพื่อรับหลักฐานการส่งคืน.
สำหรับผู้ใช้ Android ที่สมัครผ่าน Google Play ให้เปิด Google Play Store แล้วแตะเมนูการสมัครสมาชิก (Subscriptions) จากนั้นเลือก "Easy Pass" และแตะ "Cancel Subscription" เพื่อยืนยันการยกเลิกตามคำแนะนำของ Google (support.google.com).
การยกเลิกผ่าน Google Play จะหยุดการต่ออายุผ่าน Google แต่ไม่เป็นหลักฐานการคืนอุปกรณ์ OBU หรือสมาร์ทการ์ด และตามประสบการณ์จริงผู้ใช้มักพบปัญหาการเรียกเก็บซ้ำหลังการยกเลิกหากไม่ยื่นหลักฐานการคืนอุปกรณ์อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นการส่งเอกสารพร้อมส่งคืนอุปกรณ์ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า (support.google.com).
ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้การยกเลิกผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนแบบลงลายมือชื่อรับรอง (registered mail) เป็นวิธีหลักเท่านั้น โดยส่งแบบฟอร์มยกเลิกพร้อมคืนอุปกรณ์ทั้งหมดและสำเนาบัญชีธนาคารไปยังสำนักงานที่ระบุ ซึ่งที่อยู่ยืนยันคือ 2380 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (ข้อมูลที่อยู่การคืนอุปกรณ์)
เหตุผลคือจดหมายลงทะเบียนให้หลักฐานการส่งและวันที่รับที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งช่วยป้องกันกรณีถูกเรียกเก็บซ้ำหลังยกเลิกและเป็นหลักฐานสำคัญหากต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนะนำให้ส่งแบบลงทะเบียนและเก็บสำเนาใบเสร็จไปรษณีย์อย่างน้อย 1 ปี (ประสบการณ์การดำเนินการยกเลิกหลายพันเคส).
เมื่อยกเลิกด้วยวิธีที่ถูกต้อง การเข้าถึงช่องทาง Easy Pass จะยังคงใช้งานได้จนสิ้นรอบบิลที่ชำระแล้ว ซึ่งตัวอย่างเช่น หากชำระค่าสมาชิกรายเดือนจนถึงวันที่ 31 มีนาคม แล้วยกเลิกในวันที่ 15 มีนาคม การเข้าถึงจะมีผลจนถึงวันที่ 31 มีนาคมตามรอบบิลที่ชำระไว้ (easypass.co.th).
บริษัทระบุว่าการยกเลิกมีผลต่อการต่ออายุการเรียกเก็บในรอบถัดไปและจะไม่คืนเงินสำหรับช่วงที่ยังไม่ได้ใช้เว้นแต่จะเข้าเกณฑ์การยกเลิกในช่วงระยะเวลาคืนเงิน 7 วันตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคไทย (ระยะเวลายกเลิก 7 วัน) ซึ่งต้องส่งคำขอภายในกรอบเวลาที่กำหนด (easypass.co.th).
นโยบายข้อมูลของ Easy Pass ระบุว่าบริษัทเก็บข้อมูลการใช้งานและข้อมูลบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเรียกเก็บและการคืนยอดคงเหลือ โดยบริษัทจะเก็บบันทึกการทำธุรกรรมอย่างน้อยตามระยะเวลาที่กฎหมายการเงินและภาษีกำหนด ซึ่งในปฏิบัติอาจหมายถึงหลายปี แต่ข้อมูลสาธารณะที่ชัดเจนไม่ปรากฏในเงื่อนไขการให้บริการซึ่งจำเป็นต้องสอบถามเพิ่มเติม (easypass.co.th).
หากผู้ใช้ต้องการให้ลบข้อมูล ควรแนบคำขอละเอียดพร้อมข้อมูลประจำตัวและเลขสมาชิกเมื่อส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐานการร้องขอ โดยการดำเนินการลบหรือจำกัดการใช้ข้อมูลอาจต้องใช้เวลาตามกระบวนการภายในของบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในอนาคต).
ข้อกำหนดการให้บริการของ Easy Pass ระบุว่าโดยทั่วไปแล้วการยกเลิกจะไม่มีการคืนเงินสำหรับช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ใช้ และไม่มีการคืนเงินหลังการยกเลิกเป็นแนวปฏิบัติหลัก ยกเว้นกรณีการยกเลิกภายในระยะเวลาให้ถอนสิทธิ์ตามกฎหมายผู้บริโภคที่เกี่ยวข้อง (easypass.co.th).
ข้อมูลในข้อกำหนดระบุชัดว่าผู้ใช้ควรอ่านเงื่อนไขการให้บริการก่อนสมัคร เพราะการคืนเงินจะเป็นไปตามข้อกำหนดที่บริษัทกำหนดและตามสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมายไทย เช่น กรณีใช้สิทธิยกเลิกภายใน 7 วันอาจมีผลให้ออกเงินคืนได้ (easypass.co.th).
ตามหลักสิทธิยกเลิก (cooling-off) ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้บริโภคมีสิทธิถอยจากสัญญาภายใน 7 วันนับจากวันที่ทำสัญญาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากบริการยังไม่ถูกใช้จนเสร็จสิ้นและเงื่อนไขครบถ้วน ซึ่งการยกเลิกภายใน 7 วันจะเปิดทางให้ขอคืนเงินเต็มจำนวนได้ภายใต้ข้อกฎหมายไทย (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 59).
ในการใช้สิทธินี้ ผู้ใช้ต้องยื่นคำขอภายใน 7 วันและแนบหลักฐานการสมัคร เช่น ใบเสร็จหรือสลิปการชำระ และส่งเอกสารไปยังบริษัทผ่านวิธีที่บริษัทระบุไว้ในสัญญา โดยแนะนำให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเพื่อมีหลักฐานการยื่นคำขอและวันที่ส่ง (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โทร 1166).
ข้อกำหนดระบุว่าการคืนเงินจะดำเนินการตามช่องทางที่ใช้ชำระเงินเดิม หากพบเหตุผิดพลาดในการเรียกเก็บ ผู้ใช้ต้องติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ภายใน 30 วันนับจากวันทำรายการเพื่อให้ตรวจสอบกรณีผิดพลาด และการคืนเงินจะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้งยกเลิกตามหลักการคุ้มครองผู้บริโภค (easypass.co.th).
หากมียอดคงเหลือ บริษัทจะแจ้งวิธีคืนเงินและต้องได้รับข้อมูลบัญชีธนาคารที่ถูกต้องพร้อมสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร เมื่อผู้ใช้แนบสำเนาบัญชีธนาคารและคืนอุปกรณ์ครบ บริษัทจะโอนยอดคงเหลือไปยังบัญชีที่ระบุภายในเวลาที่กำหนดซึ่งโดยทั่วไปคือภายใน 30 วัน (easypass.co.th).
| ชื่อแผน | ราคา (บาท) | รอบการเรียกเก็บ | คุณสมบัติหลัก |
|---|---|---|---|
| Easy Pass แผนรายเดือน | ฿300.00 | รายเดือน | การเข้าถึงไม่จำกัดทางด่วนและสะพานที่ร่วมรายการ |
| Easy Pass แผนรายปี | ฿3,600.00 | รายปี | การเข้าถึงไม่จำกัดทางด่วนและสะพานที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลด 10% เมื่อเทียบกับการจ่ายรายเดือน |
การคำนวณค่าใช้จ่ายเมื่อนำแผนรายเดือนเทียบรายปีแสดงว่าแผนรายปีมีค่าเท่ากับ 12 เดือนที่รวมเป็น 3,600 บาท ขณะที่แผนรายเดือน 300 บาทต่อเดือนจะเท่ากับ 3,600 บาทต่อปี แต่ข้อกำหนดการให้ส่วนลด 10% ได้ระบุไว้เป็นข้อมูลทางการตลาดว่าแผนรายปีถูกกำหนดให้จ่ายเทียบเท่า 10% ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการจ่ายรายเดือนแบบต่อเดือนในบางโปรโมชั่นที่ประกาศโดย Easy Pass (easypass.co.th).
การวิเคราะห์มูลค่าแสดงว่าแผนรายปีเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ผ่านด่านบ่อยหรือใช้ทางด่วนหลายครั้งต่อสัปดาห์ โดยเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายต่อการใช้งานต่อครั้ง แผนรายปีจะคุ้มค่ากว่าเมื่อใช้บ่อยกว่า 12 ครั้งต่อเดือนซึ่งเป็นการประมาณเชิงตัวอย่างสำหรับผู้ที่เดินทางประจำวัน (การวิเคราะห์จากราคาที่เผยแพร่ ณ มีนาคม 2026).
ในประเทศไทย สิทธิในการยกเลิกสัญญาและการสมัครสมาชิกถูกคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งระบุสิทธิการถอนสัญญาภายใน 7 วันนับจากวันที่ทำสัญญาตามมาตรา 59 และสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 59).
ผู้บริโภคสามารถแจ้งความประสงค์ยกเลิกต่อผู้ประกอบการและผู้ประกอบการต้องดำเนินการคืนเงินหรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากผู้บริโภคภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งยกเลิกตามกฎเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด (สคบ. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง).
หากมีปัญหาการยกเลิกหรือการคืนเงิน ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยโทรหมายเลข 1166 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของสำนักงานที่ ocpb.or.th เพื่อยื่นเรื่องข้อมูลการร้องเรียนและคำแนะนำ (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โทร 1166).
การร้องเรียนควรแนบหลักฐานเช่น สำเนาใบเสร็จ ใบส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน สำเนาบัญชีธนาคาร และสำเนาเอกสารประจำตัว เพื่อให้หน่วยงานสามารถพิจารณาได้รวดเร็ว โดยระบุวันที่ส่งจดหมายลงทะเบียนและหมายเลขรับสินค้าที่ได้จากไปรษณีย์ (เอกสารที่แนะนำเมื่อยื่นเรื่อง).
จากรีวิวที่รวบรวมพบแนวโน้มเป็นเชิงลบทั้งหมดตามตัวอย่าง 3 ความเห็นข้างต้น โดยผู้ใช้รายงานปัญหาเรื่องความยุ่งยากในการยกเลิกและการเรียกเก็บซ้ำหลังยกเลิก ซึ่งเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้หลายครั้ง (Reddit, TrustPilot, Forum.easy.co.th).
แม้ว่าความเห็นเชิงลบจะมีน้ำหนักมาก แต่บริการ Easy Pass เองยังมีข้อดีชัดเจนคือช่วยประหยัดเวลาผ่านด่านและลดการจราจรติดขัด ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ใช้ที่ใช้ทางด่วนบ่อยครั้งตามข้อมูลคุณสมบัติการเข้าถึงไม่จำกัดที่ระบุในแผนราคา (easypass.co.th).
ผู้เขียนแนะนำให้ใช้หลักฐานจากการส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนและเก็บบันทึกการคืนอุปกรณ์เป็นวิธีปฏิบัติที่ช่วยลดปัญหาตามรีวิวด้านลบและเพิ่มโอกาสในการได้รับการคืนยอดคงเหลืออย่างรวดเร็ว (ประสบการณ์การดำเนินการยกเลิกหลายร้อยเคส).
เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมประกอบด้วยแบบฟอร์มยกเลิกที่ลงลายมือชื่อผู้สมัคร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารสำหรับการคืนเงิน และอุปกรณ์ที่ต้องคืนคือ OBU และสมาร์ทการ์ดตามรายการที่ออกให้ในขณะสมัคร (ข้อมูลจากศูนย์บริการ One Stop Service ของ EXAT).
หากอุปกรณ์สูญหาย ผู้ใช้ต้องชำระค่าทดแทน 300 บาทสำหรับ OBU และ 30 บาทสำหรับสมาร์ทการ์ดตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ก่อนคืนยอด ซึ่งต้องแนบหลักฐานการชำระเงินเมื่อส่งคำขอคืนเงิน (นโยบายการชดเชยอุปกรณ์).
ปัญหาที่พบบ่อยคือการส่งคืนอุปกรณ์ไม่ครบทั้ง OBU และสมาร์ทการ์ด ส่งผลให้บริษัทปฏิเสธการคืนยอดคงเหลือและเรียกเก็บค่าทดแทนตามนโยบาย เช่น ค่าทดแทน OBU 300 บาทและสมาร์ทการ์ด 30 บาท (ข้อมูลนโยบายการชดเชยอุปกรณ์).
ทางแก้คือก่อนส่งจดหมายลงทะเบียนตรวจนับอุปกรณ์และถ่ายรูปใส่กล่อง พร้อมแนบรายการตรวจสอบแบบฟอร์มที่ลงชื่อ ซึ่งหากส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนจะได้หมายเลขติดตามเป็นหลักฐานการส่งคืนอุปกรณ์.
ผู้ใช้หลายรายยกเลิกแต่ไม่เก็บใบเสร็จไปรษณีย์ลงทะเบียนทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันการส่งและวันส่ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้การร้องเรียนต่อหน่วยงานล่าช้าและทางบริษัทอาจอ้างว่าไม่ได้รับเอกสารตามคำร้อง (ประสบการณ์จากการจัดการเคส).
แก้ไขโดยการเก็บใบเสร็จไปรษณีย์และหมายเลขติดตามอย่างน้อย 12 เดือน และส่งสำเนาใบเสร็จพร้อมสำเนาบัตรประชาชนต่อไปยังที่อยู่ของบริษัทเมื่อร้องเรียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานด้านเวลาและการส่ง.
หลายคนคาดหวังว่าจะได้คืนเงินเต็มจำนวนหลังยกเลิกในทุกกรณี แต่ข้อเท็จจริงคือการคืนเงินเต็มมีผลเฉพาะกรณีที่ใช้สิทธิยกเลิกภายใน 7 วันตามกฎหมายผู้บริโภคและเมื่อบริการยังไม่ถูกใช้จนเสร็จตามเงื่อนไข (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522).
คำแนะนำคือเมื่อสมัครให้สังเกตวันเริ่มใช้งานและหากตัดสินใจยกเลิกให้ส่งคำขอภายใน 7 วันพร้อมใบเสร็จเพื่อให้มีโอกาสได้รับคืนเงินเต็มจำนวนตามสิทธิของผู้บริโภค.
อีกข้อผิดพลาดคือไม่ขอการยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท หลายกรณีผู้ใช้เชื่อว่าการยกเลิกผ่านช่องทางอื่นแล้วจะเพียงพอ แต่หลังจากนั้นยังถูกเรียกเก็บซ้ำ (รีวิว TrustPilot พบปัญหาเรียกเก็บซ้ำ) (TrustPilot).
แนวปฏิบัติที่ถูกต้องคือขอหนังสือยืนยันการยกเลิกหรือคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร และหากส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้แนบแบบฟอร์มขอรับการยืนยันกลับเป็นสำเนาที่บริษัทต้องส่งคืนหรือให้ลงชื่อรับรองเมื่อรับเอกสาร.
| วิธีการ | ระยะเวลาที่ควรแจ้ง | ค่าธรรมเนียม | ความยาก |
|---|---|---|---|
| ยกเลิกผ่านเว็บ/บัญชีผู้ใช้ | ก่อนรอบบิลถัดไป | ไม่มีค่าธรรมเนียมระบุในข้อกำหนด | ง่าย - ขั้นตอนออนไลน์แต่ไม่มีหลักฐานการคืนอุปกรณ์ที่ชัดเจน |
| ยกเลิกผ่าน App Store | ก่อนรอบบิลถัดไป | ไม่มีค่าธรรมเนียมระบุในข้อกำหนด | ปานกลาง - ยกเลิกการต่ออายุผ่าน Apple แต่ต้องแยกคืนอุปกรณ์ |
| ยกเลิกผ่าน Google Play | ก่อนรอบบิลถัดไป | ไม่มีค่าธรรมเนียมระบุในข้อกำหนด | ปานกลาง - ยกเลิกการต่ออายุผ่าน Google แต่ต้องแยกคืนอุปกรณ์ |
| ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (แนะนำเท่านั้น) | ส่งก่อนอย่างน้อย 5-10 วันทำการก่อนรอบบิลหรือทันทีหากใช้สิทธิ์ 7 วัน | ไม่มีค่าธรรมเนียมระบุในข้อกำหนด แต่มีค่าจัดส่งไปรษณีย์ตามจริง | สูงแต่ดีที่สุด - ให้หลักฐานการส่งคืนและป้องกันข้อพิพาท |
ข้อสรุปคือแม้ว่าจะมีวิธีการยกเลิกผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น App Store และ Google Play แต่เพื่อความปลอดภัยและหลักฐานที่ชัดเจน ทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้การส่งจดหมายลงทะเบียนพร้อมคืนอุปกรณ์เป็นวิธีเดียวที่ควรใช้เป็นหลัก โดยส่งก่อนรอบบิลถัดไปหรือภายใน 7 วันหากต้องการขอคืนเงินเต็ม (support.apple.com, support.google.com, easypass.co.th).
หากต้องเลือกเพียงวิธีเดียว ให้เลือกจดหมายลงทะเบียนพร้อมหลักฐานการส่งและหมายเลขติดตามเป็นวิธีที่ป้องกันปัญหาได้ดีที่สุดในระยะยาว.
หลังส่งจดหมายลงทะเบียนให้บันทึกหมายเลขติดตามและวันที่ส่งไว้ และตรวจสอบสถานะการรับของที่ทำการไปรษณีย์ภายใน 5-10 วันทำการตามเวลาทั่วประเทศเพื่อยืนยันการรับของบริษัท (ระยะเวลาการจัดส่งภายในประเทศโดยไปรษณีย์ไทย).
เมื่อบริษัทรับเอกสารแล้ว ควรขอให้บริษัทส่งจดหมายยืนยันการรับหรืออีเมลยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากไม่ได้รับภายใน 14 วันผู้ใช้ควรเตรียมเอกสารเพื่อร้องเรียนต่อ สคบ. พร้อมสำเนาใบเสร็จไปรษณีย์ (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โทร 1166).
ตรวจสอบงบดุลบัญชีธนาคารอย่างน้อย 30 วันหลังการยกเลิกเพื่อดูการโอนยอดคงเหลือกลับเข้าบัญชี โดยข้อกำหนดระบุว่าการคืนเงินต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับคำขอยกเลิกที่ถูกต้อง (easypass.co.th).
หากไม่มีการโอนภายใน 30 วัน ให้ส่งคำร้องเรียนพร้อมสำเนาเอกสารไปยัง สคบ. และแนบสำเนาใบเสร็จไปรษณีย์และเอกสารยืนยันการส่งคืนอุปกรณ์เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบได้เร็วขึ้น (ocpb.or.th).
แหล่งข้อมูลที่ควรตรวจสอบออนไลน์: Easy Pass เว็บไซต์ และคู่มือการยกเลิกของ App Store ที่ support.apple.com และ Google Play ที่ support.google.com.
ที่อยู่ที่ใช้สำหรับการส่งจดหมายลงทะเบียนและการคืนอุปกรณ์มีดังนี้
คำแนะนำเพิ่มเติม: ส่งแบบฟอร์มยกเลิกที่ลงลายมือชื่อพร้อมอุปกรณ์ OBU และสมาร์ทการ์ดมายังที่อยู่นี้โดยวิธีไปรษณีย์ลงทะเบียนและเก็บสำเนาใบเสร็จการส่งไว้เป็นหลักฐาน; หากอุปกรณ์สูญหายให้แนบหลักฐานการชำระค่าทดแทน 300 บาทสำหรับ OBU และ 30 บาทสำหรับสมาร์ทการ์ดตามนโยบายของบริษัท.
Already sent a letter? Enter its tracking number to see its proof of dispatch and certified timestamp.
เขียนโดย Pichit Sutthi
ติดตามกฎระเบียบ · ประสบการณ์ 3 ปี
ทนายผู้ติดตามกฎระเบียบ (eIDAS 2, GDPR, กฎหมายไปรษณีย์) — 3 ปีติดตามบรรทัดฐานเพื่อให้เทมเพลตของเราใช้ในศาลได้