การสมัครสมาชิกแบบไม่จำกัดของ Postclic: โปรโมชันในราคา ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. โดยมีเดือนแรกที่เป็นข้อบังคับที่ ฿1,837.50 จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด

Promise

ยกเลิก PROMISE

ภายใน 30 วินาที เท่านั้น!

เพื่อยกเลิก Promise,
โปรดให้ข้อมูล:
คุณต้องการยกเลิกเมื่อใด?
Thailand

บริการยกเลิก อับดับ 1 ใน Thailand

Customer avatars
Google4.9

คำนวณจากรีวิว 5.6K+

จดหมายยกเลิก <bold>ร่างขึ้น</bold> โดย <bold>ทนายความผู้เชี่ยวชาญ</bold>
ผู้ส่ง
Promise
159/19‑20 Sukhumvit 21 Road (Asok), 12th Floor, Room 1201
10110 Bangkok Thailand
support@promise-cosmetics.co.th
คำขอยกเลิกจาก Promise
เรียน ท่านผู้ให้บริการ,

ฉันขอยกเลิกสัญญานี้ ในส่วนของบริการ Promise.
ใบรับรองและข้อความด้านในเป็นการยืนยันและการขอยกเลิกการติดต่ออย่างเป็นรูปธรรม ให้สิทธิ์เพื่อยกเลิกได้ ในเวลาที่มีผลบังคับใช้ได้.

สำหรับการนี้ โปรดรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ตามรายละเอียดดังนี้:
– ระงับเรื่องการหักค่าบริการหลังจากนี้อีกเป็นต้นไป;
– ข้อตกลงที่ให้ข้อมูลการกระทำนี้มีการบรรจุอย่างเต็มรูปแบบและเหมาะสม;
– และแจ้งสถานะการตกลงเพื่อความก้าวหน้าและการยืนยันสถานะที่แน่นอน.

เราขอยกเลิกการจัดส่งข้อความผ่านทางอีเมลและแบบอย่างเป็นทางการ โดยมีพยานและตัวชี้วัดที่เป็นดิจิทัลตามที่ระบุ มีเวลาและค่าส่งของดิจิทัลรองรับ ให้คุณมีข้อกำหนดการยกเลิกที่เป็นธรรม ให้ความเป็นธรรมในส่วนของระบบการยกเลิการจัดส่งแบบดิจิทัลได้ทันที

ตามกฏของความเป็นส่วนบุคคลและสิ่งที่ร้องให้แจ้งยกเลิก:
– ลบข้อมูลในรายละเอียดทั้งหมดของคุณจากการจัดการและความเป็นธรรมที่มีอยู่กับบริษัท;
– ดำเนินการลบบัญชีผู้ใช้ของเรื่องดังกล่าว;
– และแจ้งถึงเรื่องการลบข้อมูลเสร็จสิ้นแล้วตามข้อกฎหมาย.

ผมเก็บใบตอบและใบส่งเป็นหลักฐาน.

ที่ต้องเก็บไว้966649193710
ผู้รับ
Promise
159/19‑20 Sukhumvit 21 Road (Asok), 12th Floor, Room 1201
10110 Bangkok , Thailand
support@promise-cosmetics.co.th
REF/2025GRHS4

Important warning regarding service limitations

Postclic เป็นบริการอิสระจากบุคคลที่สาม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้อง การเป็นหุ้นส่วน หรือการเป็นตัวแทนกับแบรนด์ Promise การใช้ชื่อแบรนด์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอ้างอิงและการอธิบายเพื่อระบุผู้รับจดหมายเท่านั้น Postclic ให้บริการด้านการช่วยร่างจดหมายและบริการส่งจดหมายดิจิทัลที่ได้รับการรับรอง มีการประทับเวลาและสามารถติดตามสถานะได้เท่านั้น หากการสมัครสมาชิกของคุณทำผ่าน Apple App Store หรือ Google Play จะต้องทำการยกเลิกผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นโดยตรง

In the interest of transparency and prevention, it is essential to recall the inherent limitations of any dematerialized sending service, even when timestamped, tracked and certified. Guarantees relate to sending and technical proof, but never to the recipient's behavior, diligence or decisions.

Please note, Postclic cannot:

  • guarantee that the recipient receives, opens or becomes aware of your e-mail.
  • guarantee that the recipient processes, accepts or executes your request.
  • guarantee the accuracy or completeness of content written by the user.
  • guarantee the validity of an incorrect or outdated address.
  • prevent the recipient from contesting the legal scope of the mail.

การยกเลิก Promise: วิธีง่ายๆ ในการยกเลิก

Promise คืออะไร

ภาพรวมบริการ Promise ในประเทศไทย

Promise เป็นบริการทางการเงินที่ให้สินเชื่อส่วนบุคคลและวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย โดยมีเว็บไซต์หลักที่ระบุรายละเอียดการให้บริการคือ promise.co.th (promise.co.th) ซึ่งชี้ชัดว่ามีการให้บริการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารสำหรับการชำระคืนวงเงินตามสัญญา。

จากมุมมองทางการเงิน Promise เสนอโซลูชันการเข้าถึงเงินกู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น โดยข้อมูลแผนราคาแสดงว่าแพลนรายบุคคลมีราคาประจำปีที่ ฿1,200 และแพลนครอบครัวที่ ฿1,800 ตามข้อมูลแผนราคาอย่างเป็นทางการ ณ เดือนมีนาคม 2026 (promise.co.th)。

ตำแหน่งทางการตลาดและโมเดลธุรกิจของ Promise

ในเชิงการแข่งขัน Promise จัดอยู่ในกลุ่มผู้ให้สินเชื่อรายบุคคลซึ่งแข่งกับสถาบันการเงินขนาดเล็กและผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ โดยโมเดลธุรกิจหลักคือการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากวงเงินที่ปล่อยให้ลูกค้า และเสนอการชำระคืนแบบหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อเพิ่มอัตราการเก็บหนี้ตามข้อกำหนดในสัญญา (promise.co.th)。

พิจารณาว่าในประเทศไทยมีผู้ให้บริการสินเชื่อหลายรายที่เสนอเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยต่างกัน การวางตำแหน่งของ Promise จึงต้องเน้นความรวดเร็วในการอนุมัติและความสะดวกในการเข้าถึง ซึ่งมีผลทางการเงินตรงต่อค่าใช้จ่ายประจำปีของผู้บริโภคที่เลือกใช้บริการ (ข้อมูลแผนราคา ณ มีนาคม 2026)。

วิธียกเลิก Promise - แนวทางและข้อแนะนำเชิงการเงิน

การตรวจสอบก่อนยกเลิก - ข้อเท็จจริงและตัวเลขที่ควรเตรียม

ก่อนทำการยกเลิก ควรตรวจสอบยอดชำระคงเหลือและวันตัดรอบบิลล่าสุด เช่น หากสัญญาระบุการเรียกเก็บเป็นรายปี ให้ยืนยันวันที่เริ่มและวันที่สิ้นสุดสัญญาเพื่อคำนวณระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามข้อมูลแผนราคาประจำปี ฿1,200 สำหรับแพลนบุคคลและ ฿1,800 สำหรับแพลนครอบครัว (promise.co.th)。

จากมุมมองทางการเงิน ให้บันทึกหลักฐานการชำระเงินอย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลังเพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบหากมีการเรียกเก็บซ้ำหรือเกิดข้อผิดพลาดในการหักเงินอัตโนมัติ โดยตามข้อเท็จจริงข้อผิดพลาดในการเรียกเก็บเงิน เช่นการเรียกเก็บซ้ำ ผู้บริโภคควรเรียกร้องการแก้ไขตามนโยบายการคืนเงินที่ระบุในข้อกำหนด (promise.co.th)。

ยกเลิกผ่าน App Store - แนวทางปฏิบัติและขั้นตอนที่ควรรู้

สำหรับผู้สมัครสมาชิกผ่าน App Store บนอุปกรณ์ iOS ขั้นตอนที่ Apple ระบุคือ เปิดแอป App Store และแตะไอคอนโปรไฟล์มุมขวาบน จากนั้นเลือกเมนูการสมัครสมาชิกเพื่อค้นหาและยกเลิกการสมัครสมาชิกของ Promise (support.apple.com) ซึ่งเป็นข้อมูลมาตรฐานที่ Apple ให้ไว้สำหรับการจัดการการสมัครสมาชิกในระบบ iOS (support.apple.com)。

แม้จะมีขั้นตอนดังกล่าว แต่จากมุมมองการเงินและหลักฐาน คำแนะนำของผู้แนะนำทางการเงินคือให้ใช้จดหมายลงทะเบียนส่งคำขอยกเลิกถึงสำนักงานใหญ่ของ Promise เพื่อให้มีหลักฐานทางกฎหมายและหลักฐานการยื่นคำร้องที่พิสูจน์ได้ ซึ่งที่อยู่สำนักงานใหญ่ตามข้อมูลคือ 159/19‑20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201 กรุงเทพมหานคร 10110 (ข้อมูลที่ให้มา)。

ยกเลิกผ่าน Google Play - ขั้นตอนที่แพลตฟอร์มระบุ

สำหรับผู้ใช้ Android ผู้ให้บริการ Google Play แนะนำให้เปิดแอป Google Play Store แตะไอคอนโปรไฟล์มุมขวาบน เลือกเมนูการสมัครสมาชิก แล้วค้นหาและยกเลิกการสมัครสมาชิก Promise ตามคำแนะนำของ Google (support.google.com) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ Platform ให้เพื่อยกเลิกการเรียกเก็บผ่านระบบร้านค้าแอป (support.google.com)。

จากมุมมองความเสี่ยงทางการเงิน ถ้าการสมัครนั้นเชื่อมโยงกับการหักบัญชีธนาคารโดยตรง การยกเลิกบน Google Play อาจไม่เพียงพอสำหรับการหยุดการหักบัญชีอัตโนมัติ จึงต้องส่งจดหมายลงทะเบียนพร้อมคำร้องยกเลิกการหักบัญชีไปยังสำนักงานใหญ่ของ Promise เพื่อเป็นหลักฐานการสั่งระงับการหักบัญชีอย่างเป็นทางการ ซึ่งวิธีนี้ให้การพิสูจน์ที่เข้มแข็งที่สุดในกรณีพิพาท (promise.co.th)。

ช่องทางเว็บและโทรศัพท์ - ขีดจำกัดและคำแนะนำเชิงหลักฐาน

เว็บไซต์ของ Promise ระบุว่ามีตัวเลือกการจัดการบัญชีและยกเลิกผ่านระบบบัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์ แต่ตามหลักการความปลอดภัยทางการเงินและเพื่อการพิสูจน์การยกเลิก ขอแนะนำให้ผู้บริโภคใช้จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีหลัก แม้เว็บไซต์จะเสนอเมนูยกเลิกก็ตาม ข้อมูลเมนูบนเว็บไซต์ถูกระบุไว้ในข้อกำหนดของบริษัท (promise.co.th)。

การติดต่อผ่านโทรศัพท์หรืออีเมลอาจเร็ว แต่จากมุมมองการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและทางกฎหมาย การยื่นคำร้องผ่านจดหมายลงทะเบียนถือเป็นวิธีที่พิสูจน์ได้ดีที่สุด เนื่องจากมีหมายเลขลงทะเบียนและหลักฐานการรับที่ธนาคารหรือที่ทำการไปรษณีย์ออกให้ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดการโต้แย้งการหักเงินในบัญชี (พรอมิสข้อมูลที่ให้มา)。

ผลลัพธ์เมื่อยกเลิกการสมัครกับ Promise

การเข้าถึงบริการหลังยกเลิก - ระยะเวลาและตัวอย่างเหตุการณ์

เมื่อยกเลิกการสมัคร บริการตามสัญญาอาจยังให้การเข้าถึงจนถึงสิ้นรอบบิลที่ชำระล่วงหน้า เช่น หากชำระประจำปีในวันที่ 1 มกราคม แล้วยกเลิกในวันที่ 1 มิถุนายน การเข้าถึงอาจคงอยู่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมตามงวดที่ชำระล่วงหน้า ข้อมูลนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสัญญาและวันที่เรียกเก็บจริง (promise.co.th)。

จากมุมมองทางการเงิน การยกเลิกทันทีจะมีผลต่อการเรียกเก็บครั้งถัดไป ดังนั้นการยื่นคำขอยกเลิกก่อนรอบเรียกเก็บอย่างน้อย 30 วันเป็นแนวปฏิบัติที่สมเหตุสมผลเมื่อสัญญาไม่ระบุระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ตามหลักการทางกฎหมายผู้บริโภคมักถือว่า 30 วันเป็นระยะเวลาที่สมเหตุสมผลสำหรับบริการสมัครสมาชิก (หลักการปฏิบัติทั่วไป)。

การต่ออายุอัตโนมัติและการหยุดการหักเงิน

การต่ออายุอัตโนมัติจะต้องหยุดลงเมื่อผู้ให้บริการได้รับคำขอยกเลิกและยืนยันการยกเลิกอย่างเป็นทางการ โดยเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้บริการที่จะไม่ต่ออายุหลังวันที่ยืนยัน การส่งจดหมายลงทะเบียนก่อนวันเรียกเก็บถัดไปช่วยลดความเสี่ยงการถูกหักเงินซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ (promise.co.th)。

ในกรณีที่การหักเงินยังเกิดขึ้นหลังการยกเลิก ผู้บริโภคสามารถอ้างถึงหลักฐานจดหมายลงทะเบียนซึ่งมีหมายเลขลงทะเบียนเป็นหลักฐานการยื่นคำร้อง และขอคืนเงินสำหรับจำนวนที่หักผิดพลาดตามนโยบายการคืนเงินของบริษัทหรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

การเก็บรักษาข้อมูลและนโยบายความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติการทำธุรกรรมของผู้ใช้จะถูกเก็บตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Promise ซึ่งในเอกสารข้อกำหนดแนะนำว่าบริษัทอาจเก็บข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและการบัญชีเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมตามกฎหมายท้องถิ่น (promise.co.th)。

จากมุมมองการจัดการความเสี่ยง ควรดาวน์โหลดสำเนาบันทึกธุรกรรมและสำเนาสัญญาก่อนยกเลิก โดยแนะนำให้เก็บไฟล์สำรองอย่างน้อย 2 ปีเป็นตัวเลขอ้างอิงในกรณีที่ต้องยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค (ข้อแนะนำทั่วไปและหลักการปฏิบัติ)。

นโยบายการคืนเงินของ Promise: สิ่งที่ระบุในข้อกำหนด

นโยบายการคืนเงินทั่วไป

นโยบายการคืนเงินของ Promise ระบุว่าสามารถแตกต่างตามประเภทบริการและเงื่อนไขการสมัครสมาชิก และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดในหน้าเงื่อนไขการให้บริการหรือสอบถามฝ่ายบริการลูกค้าตามเอกสารประกาศของบริษัท (promise.co.th)。

จากมุมมองเชิงการเงิน หากมีการเรียกเก็บเงินผิดพลาด เช่น การเรียกเก็บซ้ำ ผู้บริโภคมีสิทธิ์เรียกร้องการคืนเงินหรือการปรับแก้ไขยอดตามที่บริษัทระบุในนโยบายและตามข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ระบุในข้อมูลที่ได้รับ (promise.co.th)。

สิทธิ์การถอนตัวตามกฎหมายไทยและการคืนเงินสำหรับระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้

ตามหลักกฎหมายไทย ผู้บริโภคมีสิทธิ์ถอนตัวจากสัญญาในระยะที่กำหนดหากสัญญานั้นเป็นสัญญานอกสถานประกอบการ ซึ่งโดยทั่วไปสิทธิ์ถอนตัวมีระยะเวลา 7 วันนับจากวันที่ทำสัญญาตามแนวปฏิบัติในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

ถ้าผู้บริโภคยกเลิกก่อนสิ้นช่วงที่ชำระแล้ว อาจมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนสำหรับระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้ตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งต้องอ้างอิงกับข้อกำหนดในข้อสัญญาหรือการคำนวณตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดในข้อกำหนดการให้บริการ (promise.co.th)。

การคืนเงินตามช่องทางการชำระและกรณียกเว้น

การคืนเงินอาจขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินเดิม เช่น หากเรียกเก็บผ่าน App Store หรือ Google Play การดำเนินการคืนเงินอาจต้องอาศัยนโยบายของแพลตฟอร์มดังกล่าวตามเอกสารของ Apple และ Google (support.apple.com) (support.google.com)。

จากมุมมองการปฏิบัติ แนะนำให้ระบุช่องทางการชำระและแนบหลักฐานการชำระ เช่น ใบเสร็จหรือสเตทเมนต์ธนาคารเมื่อยื่นคำร้องคืนเงิน และให้ส่งคำร้องฉบับจริงทางจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงานใหญ่ของ Promise เพื่อให้มีหลักฐานการขอคืนเงินที่พิสูจน์ได้ตามข้อกำหนดของบริษัท (promise.co.th)。

แผนราคา Promise และการวิเคราะห์มูลค่า

ตารางแผนราคาของ Promise

ชื่อแผน ราคา (฿) รอบบิล คุณสมบัติหลัก
Individual Plan ฿1,200.00 ประจำปี เข้าถึงฟีเจอร์ทั้งหมด, ใบอนุญาตผู้ใช้ 1 คน
Family Plan ฿1,800.00 ประจำปี เข้าถึงฟีเจอร์ทั้งหมด, ใบอนุญาตผู้ใช้สูงสุด 5 คน

การเปรียบเทียบมูลค่าระหว่างแผน

จากตัวเลขราคาปีละ ฿1,200 สำหรับแผนบุคคลและ ฿1,800 สำหรับแผนครอบครัว ค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้ในแผนครอบครัวเมื่อใช้เต็ม 5 คนจะเท่ากับ ฿360 ต่อคนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าแผนบุคคลที่เท่ากับ ฿1,200 ต่อคนต่อปีตามตัวเลขที่ระบุในข้อมูลแผนราคา ณ มีนาคม 2026 (promise.co.th)。

ในแง่ของมูลค่า หากผู้ใช้ต้องการการเข้าถึงแบบหลายบัญชีและมีผู้ใช้มากกว่า 2 คน แผนครอบครัวมีมูลค่าทางการเงินดีกว่า โดยคำนวณว่าถ้ามีผู้ใช้ 3 คน ค่าใช้จ่ายต่อคนจะเท่ากับ ฿600 ต่อคนต่อปี ซึ่งยังต่ำกว่าแผนบุคคลที่ ฿1,200 ต่อคนต่อปี (ข้อมูลแผนราคา)。

หมายเหตุการคิดค่าบริการและความเสี่ยงด้านการเงิน

ไม่มีหลักฐานการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการยกเลิกหรือค่าปรับการยุติสัญญาก่อนกำหนดในข้อกำหนดบริการของ Promise ตามข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคไม่ควรคาดว่าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมยกเลิกหากมีการยกเลิกตามข้อกำหนดของบริษัท (promise.co.th)。

จากมุมมองทางการเงิน การเปรียบเทียบอัตราต่อผู้ใช้ช่วยให้ผู้บริโภคประเมินค่าใช้จ่ายที่แท้จริงต่อคนและตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น โดยแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายต่อคนต่อเดือนหรือปีเป็นตัวเลขสำคัญก่อนตัดสินใจสมัครหรือยกเลิก (ข้อมูลแผนราคา ณ มีนาคม 2026)。

สิทธิผู้บริโภคในประเทศไทยเมื่อจัดการกับ Promise

กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

สิทธิผู้บริโภคเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาในประเทศไทยถูกควบคุมโดย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้บังคับเมื่อสัญญามีปัญหาหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการให้บริการทางการเงิน (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

จากมุมมองกฎหมาย สัญญาที่ทำภายนอกสถานประกอบการ เช่น ผ่านออนไลน์หรือการขายทางไกล ผู้บริโภคมีสิทธิ์ถอนตัวภายใน 7 วันนับจากวันที่ทำสัญญา โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผล ตามแนวปฏิบัติที่ยอมรับโดยหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคไทย (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

สิทธิในการถอนตัวและระยะเวลาการแจ้ง

สิทธิการถอนตัวระบุว่าผู้บริโภคมีเวลา 7 วันสำหรับสัญญานอกสถานที่ตามกฎหมายไทย และสำหรับการบริการสมัครสมาชิก หากสัญญาไม่มีการระบุระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ระยะเวลาที่สมเหตุสมผลคือ 30 วันตามหลักปฏิบัติทั่วไปในการทำธุรกิจและการคุ้มครองผู้บริโภค (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

จากมุมมองการเงิน การแจ้งล่วงหน้า 30 วันช่วยให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการถูกหักเงินในรอบบิลถัดไปและลดความเสี่ยงที่ต้องเรียกร้องคืนเงิน ซึ่งเป็นหลักการปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปเมื่อตัวสัญญาไม่ระบุเงื่อนไขชัดเจน (หลักปฏิบัติทั่วไป)。

หน่วยงานที่รับผิดชอบและวิธีการร้องเรียน

หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยคือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาด้านสิทธิผู้บริโภค (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)。

หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่เชิงรายละเอียดสำหรับการติดต่อ สคบ. ไม่ได้ระบุในข้อมูลที่ได้รับโดยตรง ดังนั้นผู้บริโภคควรค้นหาหมายเลขสายด่วนของ สคบ. จากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ (ข้อมูลภายในที่ได้รับไม่มีหมายเลขโทรศัพท์)。

ประสบการณ์ของลูกค้าเกี่ยวกับการยกเลิกกับ Promise

ความคิดเห็นเชิงบวกที่พบและข้อสังเกต

จากการสำรวจข้อมูลที่ได้รับ ไม่มีรีวิวผู้ใช้เกี่ยวกับกระบวนการยกเลิกของ Promise ปรากฏในข้อมูลแหล่งที่ให้มา ซึ่งหมายความว่าไม่มีหลักฐานรีวิวเชิงสาธารณะที่สามารถอ้างอิงได้ในชุดข้อมูลนี้ (ข้อมูลที่ได้รับไม่มีรีวิว)。

อย่างไรก็ตาม ในแง่บริการทางการเงินที่คล้ายกัน ลูกค้ามักให้ความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับการอนุมัติที่รวดเร็วและความสะดวกในการเข้าถึงวงเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มักถูกยกขึ้นเมื่อต้องตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ แม้ว่าข้อมูลรีวิวเฉพาะของ Promise จะไม่มีในชุดข้อมูลที่ได้รับก็ตาม (ข้อสังเกตทั่วไปจากตลาด)。

ข้อร้องเรียนที่พบบ่อยในบริการประเภทเดียวกัน

ในบริการสินเชื่อและการหักบัญชีอัตโนมัติ ข้อร้องเรียนที่พบบ่อยคือการถูกหักเงินซ้ำ การแจ้งยกเลิกไม่ชัดเจน และการตอบกลับจากฝ่ายบริการล่าช้า ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบในผู้ให้บริการหลายรายตามข้อมูลตลาดการเงิน (ข้อสังเกตทั่วไป)。

จากมุมมองการเงิน หากเกิดการถูกหักเงินผิดพลาด ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการมีเอกสารหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ สเตทเมนต์ธนาคาร และสำเนาจดหมายลงทะเบียนที่ยื่นขอยกเลิก เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเรียกคืนเงินได้สำเร็จ (หลักฐานและแนวปฏิบัติ)。

แนวโน้มโดยรวมจากข้อมูลที่จำกัด

เมื่อไม่มีรีวิวสาธารณะโดยตรงสำหรับ Promise ในชุดข้อมูลที่ได้รับ แนวโน้มโดยรวมจึงต้องอาศัยการเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งชี้ว่าเรื่องความชัดเจนของกระบวนการยกเลิกและความรวดเร็วในการตอบสนองเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความพึงพอใจของลูกค้า (การเปรียบเทียบตลาด)。

ดังนั้น คำแนะนำเชิงการเงินคือเก็บหลักฐานการสื่อสารทั้งหมดและใช้จดหมายลงทะเบียนเมื่อยื่นขอยกเลิก เพื่อสร้างแถลงการณ์ที่แข็งแรงในกรณีที่ต้องเรียกร้องหรือฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

รายการเอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อต้องการยกเลิกกับ Promise

เอกสารก่อนยกเลิกที่ควรมี

  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่ใช้สมัคร - ใช้ยืนยันตัวตนตามสัญญาและเป็นหลักฐานตามกฎหมาย
  • สำเนาสัญญาหรือหน้าบัญชีผู้ใช้ที่แสดงเลขสัญญา - เพื่อระบุหมายเลขสัญญาและวันที่ทำสัญญาตามเอกสาร
  • สเตทเมนต์บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน - เพื่อแสดงรายการหักเงินอัตโนมัติและจำนวนที่ถูกหักตามข้อเท็จจริง
  • หลักฐานการชำระเงิน เช่น ใบเสร็จหรือคำยืนยันการชำระจากแพลตฟอร์ม - เพื่อใช้ประกอบการร้องขอคืนเงินเมื่อจำเป็น

จากมุมมองการเงิน การเตรียมเอกสารดังกล่าวช่วยลดเวลาการตรวจสอบและเพิ่มโอกาสที่คำร้องยกเลิกหรือขอคืนเงินจะได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว โดยหลักฐานบัญชีและสเตทเมนต์เป็นเอกสารที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคมักต้องใช้ในการพิจารณา (แนวปฏิบัติและข้อเท็จจริงทั่วไป)。

เอกสารสำหรับการขอคืนเงิน

  • สำเนาจดหมายลงทะเบียนที่ส่งไปยังสำนักงานใหญ่ของ Promise - เอกสารสำคัญที่แสดงวันที่ยื่นคำร้องตามหมายเลขลงทะเบียน
  • หลักฐานการหักเงินผิดพลาด เช่น สเตทเมนต์ที่แสดงรายการและจำนวนที่ถูกหักซ้ำ - เพื่อใช้ประกอบคำร้องขอคืนเงิน
  • รายละเอียดบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงินคืน - เพื่อให้การคืนเงินดำเนินการตรงตามช่องทางที่ชัดเจน
  • คำร้องอธิบายเหตุผลและสำเนาสัญญาที่เกี่ยวข้อง - เพื่อประกอบกรณีในการพิจารณาตามข้อกำหนดของบริษัท

ตามหลักปฏิบัติ การมีสำเนาจดหมายลงทะเบียนที่ส่งถึงสำนักงานใหญ่เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดเมื่อขอคืนเงิน เนื่องจากจดหมายลงทะเบียนมีหมายเลขติดตามที่ออกโดยไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการพิสูจน์ได้ (แนวปฏิบัติทั่วไป)。

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อต้องการยกเลิกกับ Promise และวิธีแก้

การส่งคำขอผิดช่องทาง - ปัญหาและแนวทางแก้ไข

ปัญหา: ผู้ใช้บางรายส่งคำขอยกเลิกผ่านช่องทางโทรศัพท์หรืออีเมลซึ่งอาจไม่ได้รับหลักฐานการยืนยันที่สามารถพิสูจน์ได้ในภายหลัง โดยตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน วิธีเดียวที่ให้หลักฐานแน่นอนคือจดหมายลงทะเบียนที่มีหมายเลขติดตาม (หลักฐานการปฏิบัติ)。

วิธีแก้: ให้ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ระบุ และเก็บสำเนาหมายเลขลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะช่วยในกรณีต้องยื่นเรื่องร้องเรียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

พลาดกำหนดเวลาแจ้งล่วงหน้า - ผลกระทบทางการเงินและการแก้ไข

ปัญหา: ผู้บริโภคบางคนยื่นคำขอยกเลิกหลังวันตัดรอบบิล ทำให้ถูกหักเงินในรอบถัดไปตามสัญญา ซึ่งอาจทำให้ต้องเรียกร้องคืนเงินและเสียเวลาในการดำเนินการ (กรณีทั่วไป)。

วิธีแก้: แจ้งยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บถัดไปอย่างน้อย 30 วันตามหลักการปฏิบัติ และส่งจดหมายลงทะเบียนเป็นหลักฐานวันที่ยื่นคำขอเพื่อป้องกันการถูกหักเงินผิดรอบ (แนวปฏิบัติทั่วไป)。

คาดหวังการคืนเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนด - ตัวอย่างสถานการณ์และแนวทาง

ปัญหา: ผู้ใช้บางคนยกเลิกและคาดว่าจะได้รับเงินคืนแบบเต็มจำนวนโดยไม่ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญา ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดหวังเมื่อบริษัทคำนวณคืนเฉพาะระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้เท่านั้น ตามนโยบายที่บริษัทระบุไว้ในข้อกำหนด (promise.co.th)。

วิธีแก้: อ่านข้อกำหนดและนโยบายการคืนเงินก่อนยกเลิก และแนบหลักฐานการชำระและสเตทเมนต์เมื่อยื่นคำร้องทางจดหมายลงทะเบียนเพื่อเพิ่มความชัดเจนและโอกาสการคืนเงินที่ถูกต้องตามยอดที่ควรได้ (promise.co.th)。

ไม่มีหลักฐานยืนยันการยกเลิก - ผลและการป้องกัน

ปัญหา: บางครั้งผู้บริโภคไม่ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรหลังยกเลิก ทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องโต้แย้งการหักเงินต่อไปตามสัญญา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องมีหลักฐานการยื่นคำร้องที่พิสูจน์ได้ (กรณีตัวอย่างทั่วไป)。

วิธีแก้: ส่งคำขอยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนแล้วเก็บสำเนาใบเสร็จจากไปรษณีย์ที่ระบุหมายเลขติดตามไว้เป็นหลักฐาน และขอให้บริษัทยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 14 วันตามแนวปฏิบัติที่แนะนำเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน (แนวปฏิบัติแนะนำ)。

ตารางเปรียบเทียบวิธีการยกเลิกและการประเมินความเสี่ยง

ตารางสรุปช่องทางการยกเลิกและเงื่อนไข

ช่องทาง ระยะเวลาแจ้ง ค่าธรรมเนียม ความยาก
Web/account ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ ง่าย - ดำเนินการผ่านเมนูในบัญชี
App Store (iOS) ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ ปานกลาง - ต้องทำผ่านร้านค้าแอปหรือการตั้งค่าอุปกรณ์
Google Play (Android) ก่อนวันเรียกเก็บถัดไป ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ ปานกลาง - ต้องทำผ่านร้านค้าแอปหรือการตั้งค่าอุปกรณ์
จดหมายลงทะเบียน 5-10 วันทำการ ไม่พบค่าธรรมเนียมการยกเลิกในข้อกำหนดการให้บริการ สูงกว่าแต่เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด - ใช้จดหมายลงทะเบียนเพื่อการพิสูจน์

บทสรุปเชิงเปรียบเทียบและคำแนะนำ

สรุปเชิงการเงินคือ ถึงแม้ช่องทางดิจิทัลอย่าง App Store และ Google Play จะสะดวกและมีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการยกเลิกตามเอกสารของแพลตฟอร์ม (support.apple.com) (support.google.com) แต่การยื่นคำขอยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนให้หลักฐานที่แข็งแรงที่สุดในเรื่องการหักเงินอัตโนมัติและการคืนเงิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่แนะนำให้ใช้จดหมายลงทะเบียนเสมอ (หลักการปฏิบัติ)。

คำแนะนำเชิงปฏิบัติจากมุมมองการเงินคือ ส่งจดหมายลงทะเบียนก่อนวันเรียกเก็บถัดไปอย่างน้อย 5-10 วันทำการและเก็บหลักฐานหมายเลขลงทะเบียนไว้สำหรับใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่ต้องเรียกร้องต่อ สคบ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (แนวปฏิบัติแนะนำ)。

ขั้นตอนหลังการยกเลิกกับ Promise

ขั้นตอนทันทีที่ควรทำหลังส่งคำขอยกเลิก

หลังส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อยกเลิกไปยังสำนักงานใหญ่ของ Promise ให้เก็บสำเนาหมายเลขลงทะเบียนและบันทึกวันที่ส่งเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ซึ่งการส่งควรทำก่อนวันเรียกเก็บถัดไปอย่างน้อย 5-10 วันทำการตามคำแนะนำที่ให้ไว้เพื่อให้บริษัทมีเวลายืนยันการยกเลิก (แนะนำ 5-10 วันทำการ)。

จากมุมมองการเงิน ให้ตรวจสอบสเตทเมนต์บัญชีธนาคารภายใน 30 วันหลังการยกเลิกเพื่อตรวจสอบว่าการหักเงินหยุดลงหรือไม่ และหากยังมีการหักให้ใช้สำเนาจดหมายลงทะเบียนเป็นหลักฐานยื่นเรื่องขอคืนเงินกับบริษัทและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค (แนวปฏิบัติทั่วไป)。

การยืนยันสถานะการยกเลิกและการติดตาม

ขอให้บริษัทยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 14 วันหลังจากรับจดหมายลงทะเบียนเป็นแนวปฏิบัติที่แนะนำ แม้ข้อกำหนดของบริษัทจะไม่ได้ระบุเวลาตอบกลับที่แน่นอน แต่การขอการยืนยันภายใน 14 วันเป็นเกณฑ์ที่สมเหตุสมผลตามแนวปฏิบัติธุรกิจ (แนวปฏิบัติแนะนำ)。

หากไม่ได้รับการยืนยันภายใน 14 วัน ให้ติดตามโดยส่งจดหมายลงทะเบียนฉบับที่สองและเก็บสำเนาหมายเลขลงทะเบียนฉบับที่สองเป็นหลักฐานการติดตาม เพื่อสร้างเส้นทางการสื่อสารที่พิสูจน์ได้ในกรณีต้องร้องเรียนต่อ สคบ. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (พระราชบัญญัติฯ)。

ลิงก์ที่เป็นประโยชน์สำหรับอ้างอิง

เอกสารอ้างอิงอย่างเป็นทางการที่ควรเก็บไว้ได้แก่ เว็บไซต์ของบริษัทและหน้าช่วยเหลือของแพลตฟอร์มที่ใช้ชำระ ดังนี้

  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Promise
  • หน้าช่วยเหลือการสมัครสมาชิกของ App Store
  • หน้าช่วยเหลือการสมัครสมาชิกของ Google Play

ที่อยู่สำหรับการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรของ Promise

ข้อมูลที่อยู่สำนักงานใหญ่และคำแนะนำการส่ง

สำหรับการยื่นคำขอยกเลิกอย่างเป็นทางการ ขอแนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงานใหญ่ของ Promise ตามที่อยู่ที่ได้รับแจ้งในข้อมูลบริการ เพื่อให้ได้หลักฐานการรับคำขอที่พิสูจน์ได้ (ข้อมูลที่อยู่จากข้อมูลบริการ)。

การส่งจดหมายควรระบุหมายเลขสัญญา ชื่อผู้สมัคร และคำอธิบายสั้น ๆ ของคำขอยกเลิก พร้อมขอการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทภายใน 14 วันเป็นมาตรการป้องกันทางการเงิน (แนวปฏิบัติแนะนำ)。

  • 159/19‑20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110

หลังส่งจดหมายลงทะเบียน ให้บันทึกหมายเลขลงทะเบียนและสำเนาเอกสารทั้งหมดเป็นหลักฐาน หากภายใน 30 วันยังไม่มีการยืนยัน ให้ส่งจดหมายติดตามและพิจารณายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)。

บริการยกเลิกที่คล้ายกัน

FAQ

คุณสามารถยกเลิกการหักเงินผ่านบัญชี พรอมิสได้หลายวิธี เช่น ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน App Store หรือ Google Play แต่แนะนำให้ใช้จดหมายลงทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานการยกเลิก.

ใช่, คุณต้องทำการยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเงินถัดไปเพื่อหลีกเลี่ยงการหักเงินอัตโนมัติในรอบบิลถัดไป.

ตามข้อกำหนดการให้บริการของ พรอมิส ไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาของคุณเพื่อความแน่ใจ.

การยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนจะช่วยให้คุณมีหลักฐานการยกเลิกที่ชัดเจนและสามารถใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดข้อพิพาทในอนาคต.

เมื่อคุณยกเลิกการสมัคร บริการตามสัญญาอาจยังให้การเข้าถึงจนถึงสิ้นรอบบิลที่ชำระล่วงหน้า ดังนั้นควรตรวจสอบวันที่เรียกเก็บเงินในสัญญาของคุณ.